5 เทรนด์การตลาดออนไลน์ที่จะค่อย ๆ จางหายไปในปี 2018

5 เทรนด์การตลาดออนไลน์ที่จะค่อย ๆ จางหายไปในปี 2018

5 เทรนด์การตลาดออนไลน์ที่จะค่อย ๆ จางหายไปในปี 2018

การเปลี่ยนแปลงด้านการตลาดออนไลน์ Digital Marketing ในปี 2018 ในบทความนี้ผู้เขียนขอนำเสนอเทรนด์การตลาดออนไลน์ที่จะค่อย ๆ หายไปในปี 2018 เพิ่มเติม ซึ่งได้แปลมากจากอีกหนึ่งสถาบันสอน Digital Marketing ชั้นนำของโลก ดังนี้

      1.การใช้ eBook หรือ ข้อมูลเอกสารที่มีความยาวและเข้าใจยากจนเกินไป เพราะด้วยการใช้ชีวิตที่มีความเร่งรีบ รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้คนใช้เวลาในการอ่านน้อยลง ดังนั้น หากต้องการนำเสนอข้อมูลในเชิงเทคนิคที่เยอะและเข้าใจยาก อาจจะปรับเปลี่ยนให้ content สั้นลงและเข้าใจง่ายขึ้น เพื่อสื่อสารผ่านช่องทางอื่น ๆ เช่น social media หากต้องการใช้ eBook จริง จะต้องไม่ยาวจนเกินไปและเข้าใจง่าย

ขอบคุณภาพจาก : Blogspot

     2.การสื่อสารผ่าน Facebook แบบฟรี (Organic Facebook) จริง ๆ แล้ว การสื่อสารแบบฟรี เช่น การโพสต์ผ่าน Fanpage โดยปรกติ เริ่มเข้าถึงจำนวนคนน้อยลงตั้งแต่ปี 2014 จนมาถึงปีนี้ ที่ Facebook ได้กลายเป็น platform เพื่อการค้าเกือบจะเต็มรูปแบบแล้ว จึงทำให้การโพสต์เพื่อเข้าถึง Fanpage แบบฟรีลดน้อยลงจากปีที่แล้วอีกอย่างน้อย 5-10% (จากเดิมก็น้อยอยู่แล้ว) ดังนั้น การโฆษณาจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเข้าถึงผู้ใช้ Facebook

ขอบคุณภาพจาก : Digital Marketing Wow

    3.การทำ SEO โดยใช้ Text เป็นหลัก จริง ๆ แล้ว การใช้ Keyword ป็นกลยุทธ์สำคัญอย่างยิ่งในการทำ SEO แต่ในปีหน้า การใช้ Keyword อย่างเดียว อาจจะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด โดยเราต้องเพิ่มความน่าสนใจและความเกี่ยวข้องให้กับ content ให้มากขึ้น รวมทั้งการเตรียมปรับตัวรับมือกับการค้นหาข้อมูลบน Search Engine ด้วยเสียงและรูปภาพด้วย

   4.การโฆษณารูปแบบวีดีโอที่ยาวเกิน 6 วินาที ในอดีต การใช้วีดีโอเป็นเครื่องมือในการทำโฆษณาออนไลน์มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่เริ่มค่อย ๆ มีการเปลี่ยนแปลง จนมาถึงในปัจจุบัน การใช้วีดีโอเพื่อโฆษณาสินค้ายังคงได้รับความนิยมอยู่ แต่จะเป็นวีดีโอที่สั้นลง เพราะคนในปัจจุบันไม่มีเวลาหรือสมาธิพอที่จะดูวีดีโอยาว ๆ แล้ว

   5.Blog Content ในรูปแบบเก่า ๆ เนื่องจากในปัจจุบันมี content ที่สื่อผ่านช่องทางต่าง ๆ เยอะขึ้น พฤติกรรมในการการรับชม content ย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังนั้น Blog Content ที่ใช้ได้ผลในปัจจุบันจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับปัญหาของลูกค้าและนำเสนอว่าเราคือตัวช่วยที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาของลูกค้า รวมทั้งนำเสนอ Blog Content ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคเป้าหมายให้ได้มากที่สุด

ขอบคุณภาพจาก : atimedesign

ขอบคุณแหล่งที่มา : PDM coach

โดย :
 2393
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

การที่เราจะทำเว็บไซต์ให้ประสบผลสำเร็จนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำกันได้ง่ายๆ และวันนี้ทางทีมงานมีวิธีการขั้นตอนการทำเว็บไซต์อย่างไรให้ประสบผลสำเร็จนั้น เรามี 11 ขั้นตอน สู่ความสำเร็จในการทำเว็บไซต์ เราไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
เมื่อเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในการศึกษาเช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สถาบันการศึกษาทั่วโลกต่างพากันลงทุนจำนวนมากกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างช่องทางให้ผู้เรียนเข้าถึงหลักสูตรต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น แน่นอนว่าแนวโน้มการศึกษาในปี 2017 จะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี "ประชาชาติธุรกิจ" จึงรวบรวมแนวโน้มการศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไว้ดังนี้ เยสคอร์ส (YesCourse) ผู้สร้างแพลตฟอร์มการกระจายการศึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้สถาบันการศึกษาทั่วโลกได้ขายหลักสูตรการศึกษาออนไลน์ของตน โดยปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 3,500 สถาบันการศึกษาระบุว่า ในปีที่ผ่านมาการศึกษาออนไลน์ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาอย่างมาก และเป็นตัวเสริมให้การศึกษาแบบดั้งเดิมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนจากทุกที่ แต่ในปี 2017 ระบบการเรียนออนไลน์แบบเสมือนจริง Virtual Reality (VR) จะกลายเป็นกระแสหลักมากขึ้น ซึ่งเราอาจได้เห็นและได้ยิน VR ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ มาแล้ว เช่น การบิน การทหาร และเกม แต่ในอนาคต VR จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพราะเป็นเครื่องมือที่จะสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดการรับรู้และตื่นตัวในการเรียนรู้มากขึ้น แนวโน้มต่อมา คือ Cloud Migration หรือการเคลื่อนย้ายฐานข้อมูลต่าง ๆ สู่คลาวด์ ซึ่งสถาบันการศึกษานำข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงระบบไอทีของตนเองสู่ระบบคลาวด์มากขึ้นทุกวัน เพราะเป็นหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่ลดความยุ่งยากในการติดตั้ง การดูแลระบบ ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายเอง ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต จัดการบริหารทรัพยากรของระบบ และสามารถแบ่งทรัพยากรร่วมกันได้ง่าย อีกหนึ่งแนวโน้มที่ YesCourse พูดไว้ คือ การวิเคราะห์เชิงทำนาย (Predictive Analytics) และการเรียนเชิงทำนาย (Predictive Learning) ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่ผู้เรียนมีการโต้ตอบกับโปรแกรมการศึกษาออนไลน์ พวกเขาทิ้งรอยดิจิทัลไว้ (Digital Footprint) สิ่งนี้ทำให้สถานศึกษา และครูผู้สอนสามารถใช้ทำนายเพื่อเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียน และสามารถปรับเปลี่ยนหลักสูตรได้ตรงตามความต้องการของผู้เรียนและเหมาะสม นอกจากนั้นยังเป็นข้อดีต่อการเตรียมความพร้อมของสถาบันการศึกษาในการพัฒนาบุคลากร เตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที ส่วนเว็บไซต์ Pathway to Financial Success บอกว่า แนวโน้มการศึกษาจะเข้าสู่ยุค The Internet of Things (IoT) เพราะอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์โฟน โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ แท็บเลต สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาเรียนรู้มากขึ้นทุกวัน โดยบริษัทการ์ตเนอร์ (Gartner Inc.) ทำนายว่า ในปี 2020 จะมีอุปกรณ์สิ่งของต่าง ๆ เชื่อมต่อกันไม่ต่ำกว่า 20.8 ล้านล้านชิ้นทั่วโลก ดังนั้น รัฐบาลแห่งประเทศอังกฤษจึงทุ่มงบฯลงทุนด้านการวิจัยและศึกษาด้าน IoT ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้เรียนได้รับประโยชน์จาก IoT ได้แก่ ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning), รู้จักการแก้ไขปัญหาโดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-based Learning), กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองและยั่งยืน (Self-directed Learning), ส่งเสริมเรียนรู้ผ่านพหุประสาทสัมผัส (Multisensory Learning), สร้างความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ (Gender Equality) และสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ (Creating Smart Classroom) นอกจากนั้น Real-World Case Studies หรือกรณีศึกษาจากโลกแห่งความจริงจะเข้มข้นมากขึ้นในทุกวิชา เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้เรียน และเห็นภาพได้ชัดเจนกว่าข้อมูลในตำรา กรณีศึกษาในโลกแห่งความจริงยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนต้องการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน ในขณะที่ "บิล เกตส์" นักธุรกิจชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ และเป็นผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลวิเคราะห์ไว้ว่า ค่าใช้จ่ายการศึกษาจะน้อยลงและทุนการวิจัยจะมากขึ้น "เป็นที่รู้กันว่างานวิจัยเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนา และการต่อยอดการศึกษา แต่ที่ผ่านมานักวิจัยหลายคนต่างต้องวิ่งเต้นหาทุนวิจัย และหาการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถเรียนได้ฟรีจากระบบการศึกษาที่เรียกว่า MOOCs (Massive Online Open Courses) จึงส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเรียนน้อยลง ผู้เรียนสามารถมีทุนวิจัยของตนเอง" "ขณะเดียวกันสถาบันการศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องจ้างผู้สอนจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องสร้างห้องเรียนหรืออาคารเรียน เพราะสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็
ในวันที่ร้านอาหารขนาดเล็กใหญ่ล้วนได้รับผลกระทบจากโรคระบาดกันถ้วนหน้า เราได้เห็นหลายๆ ร้านหันมาลุย Delivery แบบเต็มตัว เพื่อประครองร้านให้พอไปต่อ แต่ก็มีอีกหลายๆ เสียงที่สะท้อนว่า Food Delivery อาจไม่ได้เหมาะกับร้านอาหารทุกประเภท?

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์