องค์กรกับทฤษฎี Hierarchy of Needs : adapt or die

องค์กรกับทฤษฎี Hierarchy of Needs : adapt or die

 

 

 

ศัพท์สองคำนี้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย หลังโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

ได้เปลี่ยนไปจากระบบ industrial economy หรือยุคที่อุตสาหกรรมการผลิตเป็นกลไกหลักในการผลักดันเศรษฐกิจโลก มาสู่ยุค

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่มีอัตราเร่งทวีคูณไปจนถึงขั้นยกกำลัง ส่งผลให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ กลายเป็นสินค้า commodity ที่มีค่าทางเศรษฐกิจเทียบเคียงกับสินค้าอุตสาหกรรม "โดยมี ไอเดีย หรือ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นตัวเพิ่มคุณค่าให้กับวัตถุ

(สินค้าและบริการ)"

 

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเป็นเช่นนี้ แน่นอนครับเมื่อไอเดีย และความคิดสร้างสรรค์ ถูกนำมาใช้เพื่อทำให้ธุรกรรมต่างๆ ในโลกมีความซับซ้อนมากขึ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรและบุคลากรในโลกจะต้องมีความเข้มข้นทางความคิดในแง่มุมที่ซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน ตอบโจทย์การแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกันตลาดแรงงานเองก็มีความคาดหวังในตัวบุคลากรในทางที่

ซับซ้อนมากขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ระบบศึกษาน่าจะหันมามองการผลิตบุคลากรให้มีคุณสมบัติที่ว่านี้

 

ในทางกลับกัน เมื่อองค์กรต่างๆ มีคาดหวังสูงในตัวบุคลากรที่ถูกหล่อหลอมมาเป็นอย่างดีในโลกของ knowledge economy และ creative economy แต่ผมไม่คิดว่าแนวทางการตอบแทนจากองค์กรในรูปแบบเดิมๆ ได้แก่ ค่าจ้างที่เหมาะสม ความมั่นคงในการงาน ความก้าวหน้าทางสายงาน ความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงสวัสดิการพื้นฐานที่ดีเยี่ยมต่างๆ จะเพียงพอต่อ

ความต้องการของบุคลากรคุณภาพเหล่านั้นอีกต่อไป

 

ว่ากันง่ายๆ ก็เหมือนกับทฤษฎี Hierarchy ความต้องการของ Maslow นั่นแหละครับ การตอบแทนพื้นฐานทั่วๆ ไปก็เหมือน

การตอบสนองด้านล่างๆ ของปิรามิด  ในขณะที่บุคลากรคุณภาพของโลก knowledge & creative economy มีความต้องการอยู่บริเวณยอดของปิรามิด

 

เป็นที่รู้กันอยู่ว่าองค์กรที่จะประสบความสำเร็จ ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความกระตือรือร้นและความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมหรือ engagement ของบุคลากร ดังนั้นเมื่อความต้องการของบุคลากรคุณภาพที่ใครๆ ก็อยากเก็บไว้กับองค์กรของตนมีความ

ซับซ้อนมากขึ้น

 

แน่นอนสิ่งที่องค์กรต้องทำเพื่อรักษาคนเหล่านี้ไว้ คือ การวางกลยุทธ์ต่างๆ ที่จะทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกว่าได้เติมเต็มในด้านของ self-esteem หรือ sense of belonging ซึ่งผมไม่คิดว่าการพาทีมไปเลี้ยงสังสรรค์หรือ outing ประจำปีจะตอบโจทย์ตรงนี้ได้อย่างมีประสิทธิผล  เท่าที่ผมลองศึกษาและอ่านหนังสือต่างๆ ผมคิดว่ามีอยู่ 3 ประเด็นใหญ่ๆ ที่ผมคิดว่าสำคัญ !

 

เรื่องแรกคือการสร้าง shared values หรือ ค่านิยมร่วม ที่ชัดเจนและทำได้จริงสำหรับองค์กร ซึ่งจะช่วยให้เกิด

sense of belonging หากค่านิยมดังกล่าวถูกนำไปใช้จริงกับทุกคนในองค์กรโดยไม่ต้องบังคับ

 

เรื่องที่สองคือการสร้าง self-esteem ของบุคลากรโดยที่องค์กรนั้นๆ จะต้อง deliver สิ่งที่องค์กรให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ให้ได้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการเติมเต็ม brand promise ให้ได้นั่นเอง

 

เมื่อใดที่องค์กรไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้ นอกจากเป็นการทำลายชื่อเสียงของตัวเองแล้วยังจะเป็นการทำลาย moral ของบุคลากรที่มี self-esteem สูงอย่างรุนแรงเช่นกัน

 

เรื่องสุดท้ายคือ การหาความหมายในการทำงานที่มีคุณค่าให้กับบุคลากรนอกจากเรื่องของผลกำไรและอื่นๆ เพราะมนุษย์ที่พัฒนาแล้วทุกคนย่อมมีความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่เขาทำไม่ได้ด้วยตัวเอง เมื่อใดที่องค์กรทำให้บุคลากรรู้สึกได้ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของอะไรบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เขาเหล่านั้นจะทำงานแบบเทใจให้ไม่มีสิ้นสุด

 

นั่นคือการตอบในเรื่องของ self-actualisation ตามทฤษฎี Maslow’s อย่างที่กล่าวไว้  ถึงเวลาแล้วครับที่องค์กรที่ล้าหลังจะต้องปรับเปลี่ยนมุมมองในการตอบสนองความต้องการของบุคลากรอย่างมีคุณภาพ  ใครก็ตามที่ยังคิดไม่ได้ว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ ก็คงหมดสิทธิ์แข่งขันในโลกของ knowledge & creative economy อย่างแน่นอน

 

Credit : คุณเศรษฐา ทวีสิน
By : www.SoGoodWeb.com

 

 

 

 

โดย :
 4377
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

9 แนวคิดสู่องค์กรจัดซื้อระดับโลก ปัจจุบันการจัดซื้อนับว่ามีความสำคัญต่อองค์กรอย่างมาก เนื่องจากการดำเนินการจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มคุณค่า (Value Added)
การตลาดพันธมิตร (Affiliate Marketing) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดขายและสร้างการรับรู้ในตลาดใหม่ ความสำเร็จของการตลาดพันธมิตร ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างเนื้อหาน่าสนใจและการตลาดที่เป็นประโยชน์สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม
ในปัจจุบันมีผู้คนมากมายหันมาให้ความสนใจการเป็นยูทูปเบอร์ หรือการหารายได้จาก YouTube มากขึ้น ดังนั้นจึงมีผู้คนมากมายที่แสวงหาวิธีการที่จะขึ้นสู่ลำดับต้นๆ ในการค้นหาบนยูทูบ (YouTube Search) เช่นเดียวกับการขึ้นสู่ลำดับต้นๆ ในการค้นหาบน Google แต่ก็อย่างที่ใครหลายๆ คนทราบว่าการขึ้นสู่ลำดับต้นๆ ในการค้นหาบน Google นั้นมีความยากกว่าการขึ้นสู่ลำดับต้นๆ บนยูทูป เนื่องจาก Google มีการแข่งขันที่รุนแรงกว่า ดังนั้นเหล่าผู้แสวงหารายได้จึงได้หันมาใช้แพลตฟอร์มวิดีโอยักษ์ใหญ่อย่าง YouTube แทน Google ซึ่งมีโอกาสที่จะขึ้นสู่อันดับที่ 1 ในการค้นหาง่ายกว่าแน่นอน หากคุณกำลังสนใจวิธีการที่จะพาคุณขึ้นสู่ลำดับสูงสุดในการค้นหาบน YouTube วันนี้ทีม Content Marketing ก็มี 2 วิธีดีๆ ในการขึ้นสู่อันดับ 1 บน YouTube Search ภายใน 30 วัน มาให้คุณได้อ่าน

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์