เริ่มต้นเป็นเจ้าของเว็บไซต์ รับมือเศรษฐกิจ ปี 2020

เริ่มต้นเป็นเจ้าของเว็บไซต์ รับมือเศรษฐกิจ ปี 2020

เตรียม รับมือเศรษฐกิจ ปี 2020 เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส เริ่มต้นเป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ

ทำเว็บไซต์ เริ่มต้นทำเว็บไซต์ เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูล สินค้า และ บริการที่คุณต้องการนำเสนอต่อผู้บริโภค

-  ข้อมูลสินค้าและบริการ ต้องละเอียด อ่านแล้วอยากซื้อ อยากใช้บริการ ควรทำเว็บไซต์ที่มีระบบ ที่ใช้งานได้ดีจามแบบ UX UI ของเว็บไซต์ที่ตอบสนองระบบออนไลน์ได้เป็นอย่างดี
-  เมื่อใส่ข้อมูลสินค้าครบ ละเอียดแล้ว ควรมีระบบที่สามารถสั่งซื้อ หรือสั่งใช้บริการได้ทันที
-  ระบบชำระเงินต้องพร้อม เช่น บัญชีธนาคารกรณีโอน หรือคิวอาร์โค๊ต สำหรับสแกนชำระเงิน หรือลิงก์กับระบบบริการชำระเงิน
-  เมื่อชำระเงินแล้ว ผู้รับเงิน หรือเจ้าของเว็บไซต์ควรดำเนินติดต่อลูกค้าทันที เพราะผู้ซื้อมักจะกังวลเสมอ กลัวถูกหลอก หรือถูกโกง หลังชำระเงินแล้ว
-  ถ้าเป็นการส่งสินค้าควรมีระบบ tracking เพื่อให้ลูกค้าติดตาม ความเคลื่อนไหวของการจัดส่งสินค้าได้
-  ระบบรีวิว สร้างความเชื่อมั่นในการสั่งซื้อ หรือใช้บริการ ควรมีระบบรีวิวได้จะดีมาก
-  ติดตั้ง SSL Certificate เพื่อความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ
-  โปรโมชั่นควรมี เพื่อกระตุ้นการสั่งซื้อได้เร็วยิ่งขึ้น

หลังจากตรวจสอบระบบ ความเรียบร้อยของเว็บไซต์ เตรียมวางเแผนโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ถ้าคุณต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากๆ และรวดเร็วควรตั้งงบประมาณโฆษณา ไว้พอสมควร

มักจะมีคำถามเสมอว่า ควรใช้งบประมาณเท่าไหร่? เรื่องนี้น่าจะขึ้นอยู่กับเงินที่คุณมีอยู่ ขอแนะนำว่าควรเรื่อต้นจากงบประมาณที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แล้วแต่ว่าคุณขายอะไรอยู่ คู่แข่งมากน้อยแค่ไหน? อาจจะ เริ่มต้นที่ 5000-10000-20000 หรือมากกว่า การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับงบประมาณ นี่คือข้อดีของระบบออนไลน์ ที่แตกต่างจากสื่อทีวี หรือวิทยุ ที่คุณต้องจ่ายเงินก้อนโตๆ เพื่อให้คนที่อาจจะไม่สนใจสินค้า หรือบริการของคุณเห็นโฆษณาคุณด้วย

ใช้สื่อไหนดี? กูเกิล หรือ เฟสบุค? สองอย่างมีความแตกต่างกัน

เฟสบุค สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ถูกตั้งไว้ด้วย ความชอบ พฤติกรรม พื้นที่ ไม่สามารถกำหนดได้ว่าอยู่ในระหว่างความต้องการหรือไม่ แต่เฟสบุคจะคิดค่าโฆษณาเฉพาะคนที่คลิกโฆษณา หรือ ติดต่อสั่งซื้อ แต่การคำนวนราคาจะหารด้วยยอดวิวซึ่งถ้าหากยอดวิวมีมากเกินกว่ายอดคลิกมากๆ จะทำให้ราคาโฆษณาสูงขึ้นมากกว่ากูเกิล แต่ข้อดีคือเมื่อมีคนสนใจคุณสามารถตอบโต้ลูกค้าได้ทันที และสามารถมองเห็นโปรไฟล์ลูกค้าได้ทันที

กูเกิลเซิร์สแอด โฆษณาของคุณจะถูกส่งไปที่คนกำลังค้นหาด้วยคีเวิร์ด แล้วโฆษณาของคุณก็จะปรากฏให้เห็นในหน้าค้นหานั้นๆ จะเสียเงินเมื่อมีการคลิกโฆษณาเท่านั้น

เอเจนซี่ส่วนมาก มักจะเลือกใช้บริการโฆษณาทุกรูปแบบเพื่อเปรียบเทียบ แล้วค่อยปรับเปลี่ยน สิ่งสำคัญที่สุดในการทำออนไลน์ให้สำเร็จคือ ระบบใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ปลอดภัย รวดเร็วทันใจ

ที่มา: websitegang

โดย :
 1868
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในการศึกษาเช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สถาบันการศึกษาทั่วโลกต่างพากันลงทุนจำนวนมากกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างช่องทางให้ผู้เรียนเข้าถึงหลักสูตรต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น แน่นอนว่าแนวโน้มการศึกษาในปี 2017 จะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี "ประชาชาติธุรกิจ" จึงรวบรวมแนวโน้มการศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไว้ดังนี้ เยสคอร์ส (YesCourse) ผู้สร้างแพลตฟอร์มการกระจายการศึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้สถาบันการศึกษาทั่วโลกได้ขายหลักสูตรการศึกษาออนไลน์ของตน โดยปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 3,500 สถาบันการศึกษาระบุว่า ในปีที่ผ่านมาการศึกษาออนไลน์ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาอย่างมาก และเป็นตัวเสริมให้การศึกษาแบบดั้งเดิมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนจากทุกที่ แต่ในปี 2017 ระบบการเรียนออนไลน์แบบเสมือนจริง Virtual Reality (VR) จะกลายเป็นกระแสหลักมากขึ้น ซึ่งเราอาจได้เห็นและได้ยิน VR ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ มาแล้ว เช่น การบิน การทหาร และเกม แต่ในอนาคต VR จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพราะเป็นเครื่องมือที่จะสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดการรับรู้และตื่นตัวในการเรียนรู้มากขึ้น แนวโน้มต่อมา คือ Cloud Migration หรือการเคลื่อนย้ายฐานข้อมูลต่าง ๆ สู่คลาวด์ ซึ่งสถาบันการศึกษานำข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงระบบไอทีของตนเองสู่ระบบคลาวด์มากขึ้นทุกวัน เพราะเป็นหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่ลดความยุ่งยากในการติดตั้ง การดูแลระบบ ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายเอง ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต จัดการบริหารทรัพยากรของระบบ และสามารถแบ่งทรัพยากรร่วมกันได้ง่าย อีกหนึ่งแนวโน้มที่ YesCourse พูดไว้ คือ การวิเคราะห์เชิงทำนาย (Predictive Analytics) และการเรียนเชิงทำนาย (Predictive Learning) ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่ผู้เรียนมีการโต้ตอบกับโปรแกรมการศึกษาออนไลน์ พวกเขาทิ้งรอยดิจิทัลไว้ (Digital Footprint) สิ่งนี้ทำให้สถานศึกษา และครูผู้สอนสามารถใช้ทำนายเพื่อเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียน และสามารถปรับเปลี่ยนหลักสูตรได้ตรงตามความต้องการของผู้เรียนและเหมาะสม นอกจากนั้นยังเป็นข้อดีต่อการเตรียมความพร้อมของสถาบันการศึกษาในการพัฒนาบุคลากร เตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที ส่วนเว็บไซต์ Pathway to Financial Success บอกว่า แนวโน้มการศึกษาจะเข้าสู่ยุค The Internet of Things (IoT) เพราะอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์โฟน โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ แท็บเลต สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาเรียนรู้มากขึ้นทุกวัน โดยบริษัทการ์ตเนอร์ (Gartner Inc.) ทำนายว่า ในปี 2020 จะมีอุปกรณ์สิ่งของต่าง ๆ เชื่อมต่อกันไม่ต่ำกว่า 20.8 ล้านล้านชิ้นทั่วโลก ดังนั้น รัฐบาลแห่งประเทศอังกฤษจึงทุ่มงบฯลงทุนด้านการวิจัยและศึกษาด้าน IoT ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้เรียนได้รับประโยชน์จาก IoT ได้แก่ ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning), รู้จักการแก้ไขปัญหาโดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-based Learning), กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองและยั่งยืน (Self-directed Learning), ส่งเสริมเรียนรู้ผ่านพหุประสาทสัมผัส (Multisensory Learning), สร้างความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ (Gender Equality) และสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ (Creating Smart Classroom) นอกจากนั้น Real-World Case Studies หรือกรณีศึกษาจากโลกแห่งความจริงจะเข้มข้นมากขึ้นในทุกวิชา เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้เรียน และเห็นภาพได้ชัดเจนกว่าข้อมูลในตำรา กรณีศึกษาในโลกแห่งความจริงยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนต้องการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน ในขณะที่ "บิล เกตส์" นักธุรกิจชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ และเป็นผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลวิเคราะห์ไว้ว่า ค่าใช้จ่ายการศึกษาจะน้อยลงและทุนการวิจัยจะมากขึ้น "เป็นที่รู้กันว่างานวิจัยเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนา และการต่อยอดการศึกษา แต่ที่ผ่านมานักวิจัยหลายคนต่างต้องวิ่งเต้นหาทุนวิจัย และหาการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถเรียนได้ฟรีจากระบบการศึกษาที่เรียกว่า MOOCs (Massive Online Open Courses) จึงส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเรียนน้อยลง ผู้เรียนสามารถมีทุนวิจัยของตนเอง" "ขณะเดียวกันสถาบันการศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องจ้างผู้สอนจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องสร้างห้องเรียนหรืออาคารเรียน เพราะสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็
ข้อแนะนำ 10 ข้อ ที่ผู้ทำเว็บไซต์ จำเป็นต้องรู้

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์