6 เว็บไซต์จับคู่สี สำหรับออกแบบเว็บไซต์!!

6 เว็บไซต์จับคู่สี สำหรับออกแบบเว็บไซต์!!

       ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของออกแบบงานกราฟิก ไม่ว่าจะเป็นงานคอนเทนต์ Print Ad หรือการออกแบบเว็บไซต์ คือ การเลือกจับคู่สี หรือการใช้ชุดสี (Colors Palette) ในการออกแบบทุกส่วนของชิ้นงานนั้น สำหรับคนที่เพิ่งเคยออกแบบเว็บไซต์ หรือเจ้าของเว็บไซต์มือใหม่ ที่ยังไม่รู้ว่าเว็บไซต์ของตัวเองควรจะใช้ชุดสีแบบไหนดี ? บทความนี้ได้ลิสต์ตัวช่วยที่คุณสามารถเข้าใช้งานได้ง่าย ๆ มาให้คุณแล้ว

 

BrandColors

       BrandColors เป็นเว็บไซต์ที่ควรค่าแก่การกด Bookmark ไว้เลยค่ะ เพราะเว็บนี้จะแสดงชุดสีที่มาจากแบรนด์ชื่อดังทั่วโลก เพิ่มฟังก์ชันความเก๋ตรงที่ว่า คุณสามารถค้นหาชื่อแบรนด์ต่าง ๆ ตรงช่องเสิร์ช เพื่อดูว่าแต่ละแบรนด์เขาใช้ชุดสีอะไรในการออกแบบกันบ้าง



 

Color Hunt

       Color Hunt เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมพาเลทสี ที่สร้างโดยนักออกแบบทั่วโลก ซึ่งคุณเองสามารถที่จะค้นหาชุดสีที่ชอบได้เลย โดยเลือกจากหมวดต่าง ๆ ทาง Column ด้านซ้าย ที่ทางเว็บได้รวมเอาการจับคู่สีที่ให้ความรู้สึกแบบนั้นไว้ให้แล้ว เช่น

  • Summer / Fall / Winter / Spring หลากหลายอารมณ์ตามฤดูกาล
  • Earth Tone / Nature ออกโทนน้ำตาล ครีม เขียว ดูสบายตา

       เว็บจับคู่สี Color Hunt เป็นอีกหนึ่งเว็บที่แนะนำเลยค่ะ เพราะใช้งานง่ายมาก เหมาะกับมือใหม่ที่อยากจะออกแบบงานสวย ๆ

 



Canva Palette Generator

       หลาย ๆ คนคงคุ้นเคยกับเว็บ Canva กันแล้ว แต่วันนี้จะพามารู้จักเว็บ Canva Palette Generator เครื่องมือสร้างพาเลทสีของ Canva จะทำได้โดยการ upload รูปภาพที่เราชอบโทนสี แล้วระบบจะจับคู่สีออกมาเป็นพาเลทให้เราอัตโนมัติ ซึ่งมองดูแล้วมันก็เป็นวิธีที่เบสิคสุด ๆ แต่ต้องบอกว่าเว็บนี้ ประมวลผลออกมาได้ไวมากและสมบูรณ์แบบสุด ๆ ค่ะ

       Canva Palette Generator จึงเหมาะกับคนที่ต้องการค้นหาสีพื้นฐานจากรูปภาพ หรืออยากได้พาเลทสีที่เป็นธรรมชาติค่ะ




ColorSpace

       ColorSpace เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสร้างการจับคู่สี ที่ต้องบอกว่าใช้งานง่ายกว่าทุกเว็บที่ว่ามาเลยค่ะ ช่วยให้คุณสามารถสร้างพาเลทสีกว่า 10 ชุด ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว 

       สิ่งที่คุณต้องทำ คือ การป้อนรหัสสีหลักลงในเว็บไซต์ การกรอกแบบนี้คงเหมาะกับมือโปร แต่สำหรับมือใหม่ในด้านการออกแบบเว็บไซต์ ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ ColorSpace เขาให้คุณกดเลือกสีที่ชอบได้เลย จากนั้นระบบก็จะสร้างการจับคู่สีสไตล์ต่าง ๆ โดยมีสีที่เราเลือกเป็นฐาน พร้อมกับการไล่ระดับสีที่ตรงกันออกมาให้ค่ะ





Data Color Picker

       แม้ UI ของเว็บนี้จะดูไม่ค่อยน่าสนใจสักเท่าไหร่ แต่เครื่องมือจับคู่สีนี้ ก็ยังเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยม ที่คุณสามารถใช้สร้างพาเลทสีของคุณเองได้

       โดยระบบจะมีให้เลือกว่า อยากจะสร้างพาเลทกี่ช่อง ตั้งแต่ 3-8 ช่องเลยค่ะ จากนั้น ให้คุณคลิกเลือกสีช่องแรก และช่องสุดท้าย ระบบก็จะช่วยเลือกสีที่กลมกลืนและเข้ากับ 2 สีหัวท้ายที่คุณเลือกไว้ได้ และยังมีให้เลือกดูสีพื้นหลังแบบ Light & Dark เพื่อเทียบความแตกต่างด้วย





Coolors.co

       Coolors.co เป็นหนึ่งในเครื่องมือการจับคู่สีที่ใช้งานง่ายมาก เหมาะสำหรับมือใหม่ในการออกแบบสุด ๆ เว็บไซต์นี้มีให้คุณเลือกใช้งาน 2 แบบด้วยกันค่ะ 

       – Make A Palette : สร้างชุดสีง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง โดยจะเป็นแทบสีให้คุณสามารถเลือกเฉดสี ความเข้ม ความสว่าง เลือกสลับตำแหน่งสีเองได้ตามใจ และมันยังถอดพาเลทสีจากรูปภาพได้ด้วย 

       – Explore Trending Palette : หากใครคิดไม่ออก กดตรงนี้เลย มันจะพาเราไปยังหน้าที่รวมพาเลทสีหลายร้อยแบบ และสามารถเลือกฟิลเตอร์จาก Trending , Popular หรือ Lastest อัปเดตล่าสุดก็ได้ค่ะ




ขอขอบคุณแหล่งที่มา : makewebeasy

โดย :
 18488
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในการศึกษาเช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สถาบันการศึกษาทั่วโลกต่างพากันลงทุนจำนวนมากกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างช่องทางให้ผู้เรียนเข้าถึงหลักสูตรต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น แน่นอนว่าแนวโน้มการศึกษาในปี 2017 จะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี "ประชาชาติธุรกิจ" จึงรวบรวมแนวโน้มการศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไว้ดังนี้ เยสคอร์ส (YesCourse) ผู้สร้างแพลตฟอร์มการกระจายการศึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้สถาบันการศึกษาทั่วโลกได้ขายหลักสูตรการศึกษาออนไลน์ของตน โดยปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 3,500 สถาบันการศึกษาระบุว่า ในปีที่ผ่านมาการศึกษาออนไลน์ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาอย่างมาก และเป็นตัวเสริมให้การศึกษาแบบดั้งเดิมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนจากทุกที่ แต่ในปี 2017 ระบบการเรียนออนไลน์แบบเสมือนจริง Virtual Reality (VR) จะกลายเป็นกระแสหลักมากขึ้น ซึ่งเราอาจได้เห็นและได้ยิน VR ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ มาแล้ว เช่น การบิน การทหาร และเกม แต่ในอนาคต VR จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพราะเป็นเครื่องมือที่จะสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดการรับรู้และตื่นตัวในการเรียนรู้มากขึ้น แนวโน้มต่อมา คือ Cloud Migration หรือการเคลื่อนย้ายฐานข้อมูลต่าง ๆ สู่คลาวด์ ซึ่งสถาบันการศึกษานำข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงระบบไอทีของตนเองสู่ระบบคลาวด์มากขึ้นทุกวัน เพราะเป็นหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่ลดความยุ่งยากในการติดตั้ง การดูแลระบบ ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายเอง ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต จัดการบริหารทรัพยากรของระบบ และสามารถแบ่งทรัพยากรร่วมกันได้ง่าย อีกหนึ่งแนวโน้มที่ YesCourse พูดไว้ คือ การวิเคราะห์เชิงทำนาย (Predictive Analytics) และการเรียนเชิงทำนาย (Predictive Learning) ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่ผู้เรียนมีการโต้ตอบกับโปรแกรมการศึกษาออนไลน์ พวกเขาทิ้งรอยดิจิทัลไว้ (Digital Footprint) สิ่งนี้ทำให้สถานศึกษา และครูผู้สอนสามารถใช้ทำนายเพื่อเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียน และสามารถปรับเปลี่ยนหลักสูตรได้ตรงตามความต้องการของผู้เรียนและเหมาะสม นอกจากนั้นยังเป็นข้อดีต่อการเตรียมความพร้อมของสถาบันการศึกษาในการพัฒนาบุคลากร เตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที ส่วนเว็บไซต์ Pathway to Financial Success บอกว่า แนวโน้มการศึกษาจะเข้าสู่ยุค The Internet of Things (IoT) เพราะอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์โฟน โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ แท็บเลต สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาเรียนรู้มากขึ้นทุกวัน โดยบริษัทการ์ตเนอร์ (Gartner Inc.) ทำนายว่า ในปี 2020 จะมีอุปกรณ์สิ่งของต่าง ๆ เชื่อมต่อกันไม่ต่ำกว่า 20.8 ล้านล้านชิ้นทั่วโลก ดังนั้น รัฐบาลแห่งประเทศอังกฤษจึงทุ่มงบฯลงทุนด้านการวิจัยและศึกษาด้าน IoT ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้เรียนได้รับประโยชน์จาก IoT ได้แก่ ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning), รู้จักการแก้ไขปัญหาโดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-based Learning), กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองและยั่งยืน (Self-directed Learning), ส่งเสริมเรียนรู้ผ่านพหุประสาทสัมผัส (Multisensory Learning), สร้างความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ (Gender Equality) และสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ (Creating Smart Classroom) นอกจากนั้น Real-World Case Studies หรือกรณีศึกษาจากโลกแห่งความจริงจะเข้มข้นมากขึ้นในทุกวิชา เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้เรียน และเห็นภาพได้ชัดเจนกว่าข้อมูลในตำรา กรณีศึกษาในโลกแห่งความจริงยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนต้องการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน ในขณะที่ "บิล เกตส์" นักธุรกิจชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ และเป็นผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลวิเคราะห์ไว้ว่า ค่าใช้จ่ายการศึกษาจะน้อยลงและทุนการวิจัยจะมากขึ้น "เป็นที่รู้กันว่างานวิจัยเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนา และการต่อยอดการศึกษา แต่ที่ผ่านมานักวิจัยหลายคนต่างต้องวิ่งเต้นหาทุนวิจัย และหาการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถเรียนได้ฟรีจากระบบการศึกษาที่เรียกว่า MOOCs (Massive Online Open Courses) จึงส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเรียนน้อยลง ผู้เรียนสามารถมีทุนวิจัยของตนเอง" "ขณะเดียวกันสถาบันการศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องจ้างผู้สอนจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องสร้างห้องเรียนหรืออาคารเรียน เพราะสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็
เชื่อว่าทุกร้านค้าที่เปิดบริการส่งพัสดุแบบเก็บเงินปลายทาง ต้องเคยเจอประสบการณ์ส่ง COD แล้วลูกค้าไม่รับ พอเจอเยอะ ๆ เข้าก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้หลาย ๆ ร้านค้าตัดสินใจปิดบริการเก็บเงินปลายทาง
อธิบายถึงองค์ประกอบของเว็บไซต์ เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรจะทราบ และเรียนรู้...

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์