เทรนด์พฤติกรรมนักการตลาด-โฆษณาต้องปรับตัว ปี 2024

เทรนด์พฤติกรรมนักการตลาด-โฆษณาต้องปรับตัว ปี 2024



1. แบรนด์ที่มองหาทีมงานที่เป็นมากกว่าเอเจนซีโฆษณาเท่านั้น Marketing Consultancy ทำงานเสมือนหนึ่งเป็นทีมลูกค้า ตอบโจทย์ความต้องการทางด้านทีมการตลาดที่สุด การจ้างงานที่ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นประจำ และนั่งที่ออฟฟิศ ซึ่งลูกค้าหลายๆ เจ้า เลือกที่จะหามือที่ดีที่สุด มาทำงานที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด โดยไม่ได้จำเป็นต้องจ้างพนักงานประจำแบบ Full Time งสามารถทำงานจากระยะไกลโดยที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศได้ และทำให้การทำงานมันยืดหยุ่นมากขึ้น


2. ผู้บริโภคที่อยากมีประสบการณ์ที่ดีร่วมกับแบรนด์ เพราะเราให้คุณค่าในสิ่งเดียวกัน การสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์ดีๆจากแบรนด์ว่า มีความสำคัญช่วยให้คุณภาพชีวิตผู้บริโภคดีขึ้นอย่างไร ตอบโจทย์มากน้อยแค่ไหน ทั้งหมดนี้กลับหายไปในชิ้นงานโฆษณาช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสิ่งนี้จะกลับมาเป็นเทรนด์อีกครั้งในปีนี้ เพราะเมื่อสินค้าและบริการเกิดขึ้นมากมายจนเลือกไม่ถูกใครที่มีประสบการณ์กับผู้บริโภคมากที่สุด ชนะใจด้วยประสบการณ์ที่ดีที่พวกเขาได้สัมผัสมากที่สุด

3. เอเจนซี ใช้ DATA ในการคิดสร้างสรรค์งานครีเอทีฟมากขึ้น จับ Data เหล่านั้นมาเรียงลำดับของข้อมูลแต่ละส่วนให้กลายเป็นเรื่องราวที่เข้มข้นมากขึ้น สามารถดึงดูดให้คนรับบรีฟอย่างครีเอทีฟอ่านตามได้จนจบ และพัฒนาไปสู่ไอเดียการสื่อสารแคมเปญที่สร้างสรรค์ได้จริง

4. เอเจนซีและแบรนด์ในการใช้ DATA ในการต่อยอดสินค้าและบริการ เพื่อตอบโจทย์อินไซต์ของผู้บริโภค เอเจนซีโฆษณาที่มีหน้าที่ช่วยคัดสรร DATA ที่มีประโยชน์จากแบรนด์ มาครีเอตงานโฆษณาหรือต่อยอดในเชิงการตลาดได้อีกมากมาย ซึ่งบางครั้งแบรนด์จมอยู่กับข้อมูลมากมาย เหมือนเส้นผมบังภูเขา จนไม่ทราบว่า ข้อมูลที่มีนั้น เหมือนกับสมบัติล้ำค่าที่นำมาต่อยอดได้ เพราะนั่นคือ อินไซต์ของผู้บริโภคที่แบรนด์จะไปพิชิตใจให้ได้นั่นเอง

5. แบรนด์ เอเจนซี และผู้บริโภค ที่ต้องการเห็นความยั่งยืนของธุรกิจที่ไม่ใช่แค่ CSR ในมุมองของ MD เอเจนซีโฆษณาแถวหน้าของไทย มองลึกกว่านั้นว่า ปี 2024 เทรนด์นี้มาแรงแน่ แต่ต้องตีโจทย์กว้างกว่าเดิม มากกว่าเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่เป็นความยั่งยืนที่ได้รับผลดีทุกฝ่าย ทั้งแบรนด์ ทั้งลูกค้า ลูกค้าของลูกค้าและ Stakeholders หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกกลุ่มใน Value Chain โดยเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นเพียงเรื่องหนึ่งในเรื่องความ ยั่งยืนทั้งหมด

โดย :
 1077
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

จากผลการศึกษาพบว่า Facebook Page ควรเว้นระยะห่างในการโพสต์อย่างน้อย 3 ชั่วโมง โดยบริษัท EdgeRank Checker ได้ทำการวิเคราะห์โพสต์มากกว่า 30,000 โพสต์จาก Facebook Page มากกว่า 500 Page โดย Page เหล่านี้มีคนกด like เฉลี่ย 140,000 ราย พบว่าอายุของโพสต์แต่ละอันนั้นมีค่าเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 7 นาที ค่ามัธยฐาน 2 ชั่วโมง 56 นาที อายุของโพสต์นั้นทาง EdgeRank ใช้วิธีการวัดจากการที่มีคนกด Like หรือแสดงความคิดเห็นนับจากเวลาที่โพสต์ โดยเมื่อพ้นไปจาก 3 ชั่วโมงแล้วการโต้ตอบจากผู้ชมจะเหลือน้อยลงไปมากจึงสรุปว่าโพสต์หมดอายุของมันนั่นเอง
การตลาดยุคปัจจุบันเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ระบบการตลาดออนไลน์ คือ การตลาดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะการตลาดที่ใช้ต้นทุนที่น้อย แต่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนเป็นจำนวนกว้าง รวดเร็ว และทันสมัย
ด้วยภาวะการแข่งขันสูงมากในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับธุรกิจ SME ที่จะมาสู้รบปรบมือกับบรรดากิจการทุนหนาที่ต่างทุ่มงบประมาณในการส่งเสริมการตลาดโดยเฉพาะงบโฆษณาเพื่อช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตลาด

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์