ออกแบบ Footer อย่างไร? ให้เว็บไซต์ดูน่าเชื่อถือและช่วยเพิ่มยอดขาย

ออกแบบ Footer อย่างไร? ให้เว็บไซต์ดูน่าเชื่อถือและช่วยเพิ่มยอดขาย




Website Footer (ท้ายเว็บไซต์)
เป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลพื้นฐาน ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้น และยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ (รวมถึงส่งผลดีต่อ SEO ด้วยครับ)

เพื่อการออกแบบที่สะอาดตาและใช้งานง่าย เราสามารถแบ่งข้อมูลที่ควรมีใน Footer ออกเป็นหมวดหมู่หลักๆ ได้ดังนี้ครับ:

1. ข้อมูลสำคัญด้านกฎหมายและความน่าเชื่อถือ (Legal & Trust)

เป็นข้อมูลภาคบังคับที่ทุกเว็บไซต์ควรมีเพื่อความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย:

  • Copyright: ข้อความสงวนลิขสิทธิ์ เช่น © 2026 ชื่อแบรนด์ของคุณ. All rights reserved.

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy): สำคัญมากในยุคนี้ (โดยเฉพาะกฎหมาย PDPA)

  • ข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งาน (Terms & Conditions / Terms of Service)

  • เครื่องหมายจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD Registered): (ถ้าเป็นเว็บไซต์ E-commerce ในไทย) ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า

2. ข้อมูลการติดต่อ (Contact Information)

ช่วยให้ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจร่วมธุรกิจสามารถติดต่อคุณได้ทันทีโดยไม่ต้องคลิกไปหน้าอื่น:

  • ที่อยู่บริษัท/สำนักงาน: (ถ้ามีหน้าร้านหรือออฟฟิศ)

  • เบอร์โทรศัพท์ และ อีเมลหลัก

  • เวลาทำการ: (เช่น จันทร์ - ศุกร์ 09:00 - 18:00 น.)

  • แผนที่ย่อ หรือลิงก์ไป Google Maps

3. ลิงก์โซเชียลมีเดีย (Social Media Icons)

เปลี่ยนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ให้กลายมาเป็นผู้ติดตามในช่องทางอื่นๆ โดยนิยมใช้เป็นไอคอนขนาดกะทัดรัด เช่น:

  • Facebook, Instagram, TikTok, YouTube, LINE Official Account หรือ X (Twitter)

4. แผนผังเว็บไซต์ย่อและการนำทาง (Footer Navigation / Sitemap)

สำหรับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเยอะ การใส่ลิงก์สำคัญไว้ที่ Footer จะช่วยให้คนหาข้อมูลเจอ โดยแบ่งเป็นกลุ่มๆ เช่น:

  • เกี่ยวกับเรา (About Us): เรื่องราวของแบรนด์, ร่วมงานกับเรา (Careers)

  • บริการ/สินค้า (Our Services / Products): ลิงก์ไปยังหมวดหมู่สินค้าหลัก

  • ศูนย์ช่วยเหลือ (Support / Help Center): คำถามที่พบบ่อย (FAQs), นโยบายการคืนสินค้า/เคลมสินค้า, วิธีการชำระเงิน, เช็คสถานะการจัดส่ง

5. อัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity)

  • โลโก้เวอร์ชัน Footer: มักใช้โลโก้ที่เป็นสีขาวล้วน (Monochrome) หรือสีที่ตัดกับพื้นหลังของ Footer

  • สโลแกนสั้นๆ (Tagline): ประโยคสั้นๆ 1 ประโยคที่บอกว่าแบรนด์ของคุณทำอะไรหรือเชื่อในสิ่งไหน

💡 ทริคเพิ่มเติมสำหรับการออกแบบ Footer ให้ปัง

  • จัดกลุ่มให้ชัดเจน (Clear Hierarchy): แบ่งข้อมูลเป็นคอลัมน์ (เช่น Column 1: เกี่ยวกับเรา, Column 2: สินค้า, Column 3: ติดต่อเรา) เพื่อให้กวาดสายตามองเห็นง่าย

  • อย่าให้รกเกินไป (Keep it Clean): ใช้สีตัวอักษรที่อ่านง่าย ตัดกับสีพื้นหลังอย่างชัดเจน และเว้นระยะห่าง (White Space) ให้พอดี ไม่ดูอึดอัด

  • Responsive Design: ตรวจสอบให้มั่นใจว่าเมื่อดูในมือถือ คอลัมน์ต่างๆ จะเรียงต่อกันลงมาอย่างสวยงาม ไม่ซ้อนทับกัน

โดย :
 238
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์หรือสื่อโซเชียลเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการทำธุรกิจออนไลน์อย่างในปัจจุบันนี้
การสร้าง Facebook fanpage นั้นมีประโยชน์อย่างมาก สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายแนวทางเลยทีเดียว
ทำไมต้องมี CSS? ก่อนหน้านี้ เรารู้แล้วว่า HTML คือโครงสร้างของเนื้อหาในเว็บเพจ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ HTML เอาไว้บอกว่าในหน้าเว็บนั้นมีเนื้อหาอะไรบ้าง โดยทั่วไปแล้ว web browsers จะมีการกำหนด “สไตล์” ให้กับเนื้อหาเหล่านี้เอาไว้อยู่แล้ว แต่มันอาจจะไม่ค่อยสวยนัก ในการปรับเปลี่ยน “สไตล์” ให้กับเนื้อหา เราจะใช้สิ่งที่เรียกว่า “CSS (Cascading Style Sheets)” เข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นการจัดตำแหน่งของเนื้อหา ปรับขนาดของตัวอักษร หรือเปลี่ยนสีพื้นหลัง สิ่งเหล่านี้ ล้วนทำผ่าน CSS ทั้งสิ้น หรือพูดง่ายๆ ก็คือ CSS มีไว้บอก web browsers ว่าเนื้อหาต่างๆ ควรแสดงผลออกมาอย่างไร

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์