5 ข้อดีของการมีเว็บไซต์ไว้ขายของออนไลน์

5 ข้อดีของการมีเว็บไซต์ไว้ขายของออนไลน์

     เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลกันมากขึ้น ธุรกิจหลายภาคส่วนก็ต่างต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และการดำเนินการตามไปด้วย ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่น่าจะได้รับผลกระทบไปเต็มๆ กับการเปลี่ยนแปลง ก็คงจะหนีไม่พ้นธุรกิจค้าขาย ที่ต้องปรับรูปแบบจาก Offline มาเป็น Online กันมากขึ้น จนทำให้หลายคนกังวลถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ว่า ดีหรือไม่? กับการย้ายฐานทัพจากหน้าร้านแบบเดิมๆ มาเป็นหน้าร้านออนไลน์บนเว็บไซต์แบบนี้ ดังนั้นเพื่อหาคำตอบของคำถามนี้ MakeWebEasy มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับ 5 ข้อดีของการมีเว็บไซต์เพื่อขายของออนไลน์ มาแนะนำกัน

 ใช้เงินลงทุนไม่มากเท่าหน้าร้าน

การเปิดร้านค้าออนไลน์บนเว็บไซต์นั้น คุณไม่จำเป็นจะต้องรอเวลา หรือรอให้มีเงินทุนหลักหมื่นหรือหลักแสนบาท เพื่อเปิดกิจการร้านค้าเป็นของตัวเอง เพราะปัจจุบันเพียงคุณมีเงินทุนหลักพันบาท ก็สามารถดำเนินการเปิดร้านค้าออนไลน์บนเว็บไซต์ ที่พร้อมขายของได้แล้ว! โดยที่ไม่ต้องเดินทางหาทำเลที่ตั้ง ให้ปวดหัว หรือต้องมาคิดออกแบบ เพื่อรีโนเวทร้านใหม่แต่อย่างใด เก็บเงินส่วนต่างไปลงทุน หรือทำอย่างอื่นให้กับธุรกิจคุณดีกว่า

 ไม่ต้องปวดหัวเรื่องคน

เบื่อไหม? กับปัญหาชวนปวดหัวเหล่านี้ ที่เชื่อว่าหลายคนที่มีหน้าร้านเป็นของตนเอง น่าจะต้องพบเจอกันอยู่บ่อยครั้งเลยทีเดียว แต่! การมีเว็บไซต์นั้น เราไม่จำเป็นจะต้องเสียเงินจ้างคนให้มาดูแลร้าน หรือช่วยจัดการภายในร้านแต่อย่างใด รวมทั้งตัวเราเองก็ไม่ต้องเสียเวลามาบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้ปวดหัวเหมือนกัน เพราะการมีร้านค้าออนไลน์ คุณสามารถจัดการ ควบคุม ดูแลทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว และสามารถดูแลร้านจากทุกที่ ทุกเวลา ผ่านมือถือหรือแท็บเล็ตได้อีกด้วย

“พนักงานไม่พอ, คนลาหยุดเยอะ “ โอ้ยทำไงดี

“พนักงานจะโกงเงินไหม, จะทำอะไรร้านหรือเปล่า”

 เพิ่มเวลาให้กับตัวคุณและธุรกิจ

พอไม่ต้องคอยดูแลหน้าร้านทุกวัน ปล่อยให้เว็บไซต์ทำหน้าที่ดูแลร้านค้าให้ตลอด 24 ชั่วโมงแทน คุณก็จะมีเวลามากพอ ที่จะเอามาต่อยอดให้กับธุรกิจให้ไปข้างหน้า หรือมีช่วงเวลาที่สามารถดูแลตัวเอง เพื่อให้มีแรงก้าวเดินต่อไปได้ ลองคิดดูสิ! ว่า จากเดิมที่ต้องตื่นมาเปิดร้านแต่เช้า และรอให้ลูกค้ากลุ่มแรกเข้าร้าน คุณต้องเสียเวลาไปแล้วกี่ชั่วโมง? แต่ถ้าเอาเวลาที่ต้องปล่อยทิ้งเหล่านั้น มาใช้พัฒนาธุรกิจล่ะ? จะดีกว่าแค่ไหน

 ทุกออเดอร์จบได้ในทีเดียว

บางครั้งการซื้อ-ขายระหว่างร้านค้ากับลูกค้าก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ยิ่งถ้าหากเรามีหน้าร้านหรือมีร้านขนาดใหญ่ การดำเนินการต่างๆ ก็ต้องมีขั้นตอน มีคน เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และยิ่งเกี่ยวข้องมากเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาสเกิดความผิดพลาดในกระบวนสั่งซื้อหรือขายสินค้าให้กับลูกค้าได้มากเท่านั้น แต่! สำหรับบนเว็บไซต์ การซื้อ-ขาย หรือรับออเดอร์จากลูกค้า สามารถจบได้ในที่เดียว ไม่ต้องมีพนักงานมาดำเนินการที่ละขั้นตอนให้ยุ่งยาก ด้วยระบบการซื่อ-ขาย แบบ Step by Step ที่ให้ลูกค้าดำเนินการสั่งซื้อสินค้าไปตามขั้นตอน ส่วนเราแค่รอดำเนินการตามออเดอร์ที่เข้ามาหลังบ้านเท่านั้น

 เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากกว่า

การมีเว็บไซต์ไว้ทำธุรกิจขายของออนไลน์ นอกจากจะมีข้อดีตามที่กล่าวไปข้างบนแล้ว อีกหนึ่งข้อดีสำคัญที่ให้ได้มากกว่าหน้าร้านแบบเดิม ก็คือเรื่องของการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มาก และหลากหลายกว่าบนโลกออนไลน์ ด้วยยอดผู้ใช้งานเฉลี่ยหลายสิบล้านคนในหนึ่งวัน ทำให้เราไม่ต้องยกร้านไปตั้งใกล้ๆ แหล่งลูกค้าเป้าหมายให้เสียค่าเช่าที่แพงๆ และฝั่งลูกค้าเองก็ไม่ต้องเดินทางให้เสียค่าใช้จ่าย ทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นได้ง่ายกว่านั้นเอง

     ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อดีส่วนหนึ่งของการมีเว็บไซต์สำหรับทำธุรกิจขายของออนไลน์ที่นำมาฝากกัน ซึ่งจริงๆ แล้วนอกจากข้อดีที่กล่าวไปแล้ว การเข้าใจในธุรกิจให้แน่ชัดก็เป็นอีกสิ่งที่เราควรทำด้วยเช่นกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเกิดผลดีต่อธุรกิจร้านค้าของเรานั้นเอง

.

.

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อมูลบริการเพิ่มเติม


website : www.sogoodweb.com
โทร : 02-402-6136 , 081-359-7686
Line : sogoodweb, sogoodweb.m
Facebook : facebook.com/sogoodweb.fc
Instagram : instagram.com/sogoodweb_fc

โดย :
 2419
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

SEO สำหรับรูปภาพ หลายคนอาจสงสัยว่ามีด้วยหรือ ปกติเคยเห็นแต่การทำ SEO สำหรับบทความ SEO สำหรับรูปภาพเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เกิดการติดอันดับสำหรับรูปภาพ และเพิ่มกราฟิกได้ดีมากยิ่งขึ้น
เมื่อเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในการศึกษาเช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สถาบันการศึกษาทั่วโลกต่างพากันลงทุนจำนวนมากกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างช่องทางให้ผู้เรียนเข้าถึงหลักสูตรต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น แน่นอนว่าแนวโน้มการศึกษาในปี 2017 จะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี "ประชาชาติธุรกิจ" จึงรวบรวมแนวโน้มการศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไว้ดังนี้ เยสคอร์ส (YesCourse) ผู้สร้างแพลตฟอร์มการกระจายการศึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้สถาบันการศึกษาทั่วโลกได้ขายหลักสูตรการศึกษาออนไลน์ของตน โดยปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 3,500 สถาบันการศึกษาระบุว่า ในปีที่ผ่านมาการศึกษาออนไลน์ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาอย่างมาก และเป็นตัวเสริมให้การศึกษาแบบดั้งเดิมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนจากทุกที่ แต่ในปี 2017 ระบบการเรียนออนไลน์แบบเสมือนจริง Virtual Reality (VR) จะกลายเป็นกระแสหลักมากขึ้น ซึ่งเราอาจได้เห็นและได้ยิน VR ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ มาแล้ว เช่น การบิน การทหาร และเกม แต่ในอนาคต VR จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพราะเป็นเครื่องมือที่จะสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดการรับรู้และตื่นตัวในการเรียนรู้มากขึ้น แนวโน้มต่อมา คือ Cloud Migration หรือการเคลื่อนย้ายฐานข้อมูลต่าง ๆ สู่คลาวด์ ซึ่งสถาบันการศึกษานำข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงระบบไอทีของตนเองสู่ระบบคลาวด์มากขึ้นทุกวัน เพราะเป็นหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่ลดความยุ่งยากในการติดตั้ง การดูแลระบบ ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายเอง ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต จัดการบริหารทรัพยากรของระบบ และสามารถแบ่งทรัพยากรร่วมกันได้ง่าย อีกหนึ่งแนวโน้มที่ YesCourse พูดไว้ คือ การวิเคราะห์เชิงทำนาย (Predictive Analytics) และการเรียนเชิงทำนาย (Predictive Learning) ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่ผู้เรียนมีการโต้ตอบกับโปรแกรมการศึกษาออนไลน์ พวกเขาทิ้งรอยดิจิทัลไว้ (Digital Footprint) สิ่งนี้ทำให้สถานศึกษา และครูผู้สอนสามารถใช้ทำนายเพื่อเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียน และสามารถปรับเปลี่ยนหลักสูตรได้ตรงตามความต้องการของผู้เรียนและเหมาะสม นอกจากนั้นยังเป็นข้อดีต่อการเตรียมความพร้อมของสถาบันการศึกษาในการพัฒนาบุคลากร เตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที ส่วนเว็บไซต์ Pathway to Financial Success บอกว่า แนวโน้มการศึกษาจะเข้าสู่ยุค The Internet of Things (IoT) เพราะอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์โฟน โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ แท็บเลต สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาเรียนรู้มากขึ้นทุกวัน โดยบริษัทการ์ตเนอร์ (Gartner Inc.) ทำนายว่า ในปี 2020 จะมีอุปกรณ์สิ่งของต่าง ๆ เชื่อมต่อกันไม่ต่ำกว่า 20.8 ล้านล้านชิ้นทั่วโลก ดังนั้น รัฐบาลแห่งประเทศอังกฤษจึงทุ่มงบฯลงทุนด้านการวิจัยและศึกษาด้าน IoT ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้เรียนได้รับประโยชน์จาก IoT ได้แก่ ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning), รู้จักการแก้ไขปัญหาโดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-based Learning), กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองและยั่งยืน (Self-directed Learning), ส่งเสริมเรียนรู้ผ่านพหุประสาทสัมผัส (Multisensory Learning), สร้างความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ (Gender Equality) และสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ (Creating Smart Classroom) นอกจากนั้น Real-World Case Studies หรือกรณีศึกษาจากโลกแห่งความจริงจะเข้มข้นมากขึ้นในทุกวิชา เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้เรียน และเห็นภาพได้ชัดเจนกว่าข้อมูลในตำรา กรณีศึกษาในโลกแห่งความจริงยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนต้องการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน ในขณะที่ "บิล เกตส์" นักธุรกิจชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ และเป็นผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลวิเคราะห์ไว้ว่า ค่าใช้จ่ายการศึกษาจะน้อยลงและทุนการวิจัยจะมากขึ้น "เป็นที่รู้กันว่างานวิจัยเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนา และการต่อยอดการศึกษา แต่ที่ผ่านมานักวิจัยหลายคนต่างต้องวิ่งเต้นหาทุนวิจัย และหาการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถเรียนได้ฟรีจากระบบการศึกษาที่เรียกว่า MOOCs (Massive Online Open Courses) จึงส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเรียนน้อยลง ผู้เรียนสามารถมีทุนวิจัยของตนเอง" "ขณะเดียวกันสถาบันการศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องจ้างผู้สอนจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องสร้างห้องเรียนหรืออาคารเรียน เพราะสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็
การมีองค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายในเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ!

Feature SoGoodWeb

เจาะลึกระบบหลังบ้าน SoGoodWeb มาดูวิธีใช้ระบบแจ้งเตือนแบบ Third-Party และ Email Notification เพื่อช่วยจัดการร้านค้าและอำนวยความสะดวกให้คุณไม่พลาดทุกยอดขาย
SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์