ไวรอล มาร์เก็ตติ้ง : สงครามการตลาดที่กองโจรยังสยบ

ไวรอล มาร์เก็ตติ้ง : สงครามการตลาดที่กองโจรยังสยบ

 

 

 

       ไวรอล มาร์เก็ตติ้ง (Viral Marketing) เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ฮอตฮิตเป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดประการหนึ่งในเวลานี้ และเป็นการใช้การส่งเสริมการตลาดแบบสงครามกองโจรอีกวิธีหนึ่ง ไวรอล มาร์เก็ตติ้ง คล้ายกับการใช้กลยุทธ์แบบปากต่อปาก ซึ่งหลักใหญ่ใจความก็คือ ผลักดันส่งเสริมให้ลูกค้าที่รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บริการของเรา ไปบอกต่อยังคนอื่น ๆ เพื่อสร้างความตระหนักและภักดีต่อเรานั่นเอง ความต่างอยู่ที่ ไวรอล มาร์เก็ตติ้ง เป็นการใช้เทคนิคแบบปากต่อปากบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะทำให้บอกต่อกันได้อย่างรวดเร็วกว่า และแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไร เพียงแค่กระตุ้นให้ผู้รับสารส่งต่อไปยังกลุ่มก้อนของตนในเน็ตเท่านั้น  

 

       วิธีการทำ ไวรอล มาร์เก็ตติ้ง จะเริ่มจากการเลือกกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง และทำการส่งข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการ การโฆษณาและส่งเสริมการตลาดต่าง ๆ ไปยังคนกลุ่มนี้ ผลักดันให้เกิดการส่งต่อทวีคูณในลักษณะของไวรัสให้มากที่สุด แต่ปรากฎว่าส่วนใหญ่ของการใช้กลยุทธ์นี้ล้มเหลว ไม่สามารถผลักดันให้เกิดการสื่อสารทางการตลาดตามเป้าหมาย จำนวนการส่งต่อข่าวสารข้อมูลมักจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมากเสมอ แต่ก็ไม่ใช่ว่า ไวรอล มาร์เก็ตติ้ง จะไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป เพียงแต่ต้องมีแนวคิดที่จะมาเสริมสร้างความสำเร็จของเทคนิคดังกล่าว โดยจะมีการใช้ Big Seed Marketing ซึ่งหมายถึงการผนวกไวรอล มาร์เก็ตติ้ง เข้ากับสื่อทางการตลาดรูปแบบเดิม ๆ ที่เคยใช้กันอยู่ เช่น โทรทัศน์ บิลบอร์ด แผ่นผับ ฯลฯ การผสมผสานดังกล่าวนี้ จะทำให้ผลของการส่งข้อมูลข่าวสารไปยังกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากขึ้น

 

Credit : nutsukiz.exteen
By : www.SoGoodWeb.com

 

 

 

 

 1895
ผู้เข้าชม
คะแนน

บทความที่เกี่ยวข้อง

การบริหารความเสี่ยงจัดหาจัดซื้อ โดยทั่วไปปัจจัยความเสี่ยงการจัดหาจัดซื้อมักเกิดจากค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นผลจากความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยน หรือการปรับราคาขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้จำหน่าย เช่น การอ่อนค่าของเงินดอลล่าร์ที่ส่งผลให้องค์กรธุรกิจ
ภาษาสำหรับใช้ในการเขียนโปรแกรมบนเว็บไซต์ สามารถเขียนได้หลากหลายโปรแกรมเช่นเดียวกับภาษาทั่วไป ซึ่ง ภาษาพีเอชพี นั้นง่ายต่อการเรียนรู้
จากผลการศึกษาพบว่า Facebook Page ควรเว้นระยะห่างในการโพสต์อย่างน้อย 3 ชั่วโมง โดยบริษัท EdgeRank Checker ได้ทำการวิเคราะห์โพสต์มากกว่า 30,000 โพสต์จาก Facebook Page มากกว่า 500 Page โดย Page เหล่านี้มีคนกด like เฉลี่ย 140,000 ราย พบว่าอายุของโพสต์แต่ละอันนั้นมีค่าเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 7 นาที ค่ามัธยฐาน 2 ชั่วโมง 56 นาที อายุของโพสต์นั้นทาง EdgeRank ใช้วิธีการวัดจากการที่มีคนกด Like หรือแสดงความคิดเห็นนับจากเวลาที่โพสต์ โดยเมื่อพ้นไปจาก 3 ชั่วโมงแล้วการโต้ตอบจากผู้ชมจะเหลือน้อยลงไปมากจึงสรุปว่าโพสต์หมดอายุของมันนั่นเอง
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์