คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้นใน การพัฒนาเว็บ

คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้นใน การพัฒนาเว็บ



เมื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางของนักพัฒนาเว็บไซต์ สำหรับคนที่มีประสบการณ์แล้วก็คงบอกว่ากว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้นั้นมันไม่ง่ายเลย เริ่มตั้งแต่การนำเว็บไซต์ที่ฝ่ายออกแบบออกแบบเรียบร้อยแล้ว มาทำการเปลี่ยนดีไซน์ให้กลายเป็นเว็บ ด้วยการโค้ดภาษาต่างๆ เช่น HTML, CSS, JavaScript เป็นต้น

เพื่อเป็นการพัฒนาตัวเองสำหรับมือใหม่ทาง Web Development ก็ได้มีบทความดีๆ อย่างคู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น ในการพัฒนาเว็บ เพราะการที่จะสร้างพัฒนาเว็บเพจและนำเว็บไซต์เข้าสู่ระบบให้คนอื่นเข้ามาเยี่ยมชมได้นั้นมีกระบวนการที่ผู้พัฒนาเว็บไซต์จะต้องศึกษาค้นหาอีกหลายอย่าง


ค้นหาและเรียนรู้

หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเว็บคือการค้นหา การแสวงหาความรู้เพิ่มเติมด้วยการค้นหาสิ่งใหม่ๆ ใน Google แหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่ สำหรับผู้เริ่มต้นในพัฒนาเว็บนั้นจะต้องฝึกคิดวิเคราะห์ ก่อนลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งเราก็มีตัวอย่างเว็บไซต์ที่จะช่วยให้เราฝึกเรียนรู้ได้ตามหลักอย่างถูกต้องมาให้ดูตามด้านล่าง

Mozilla Developer Network: MDN เว็บไซต์ที่ดีสำหรับผู้เริ่มต้นพร้อมกับได้ร่วมเรียนรู้กันคนอื่นๆ ซึ่งจะกรองผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ข้อมูลอย่างเพียงพอ เครือข่ายข้อมูลนี้สามารถตอบทุกคำถามได้อย่างแม่นยำ

The New Boston: เป็นคลิปวิดีโอมีอาจารย์สอนใน Youtube โดยอาจารย์เหล่านี้จะมาแบ่งปันความรู้ฟรีๆ แนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นใช้เว็บนี้จะบอกคุณเกี่ยวกับแต่ละภาษาใช้งานอย่างไร

Stack Overflow: เคยมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองหรือไม่ ถ้ามีแนะนำให้เข้าไปใช้งานเว็บนี้ได้เลย เว็บไซต์นี้จะมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์จากทุกมุมไม่ว่าจะใหม่หรือเก่ามาแชร์ประสบการณ์ เว็บนี้จะทำให้เราได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่นนั่นเอง


ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการทำเว็บไซต์

HTML: ภาษาหลักที่ใช้ในการเขียนเว็บไซต์ มีโครงสร้างประกอบไปด้วย tag และ attribute ต่างๆ ที่ใช้ในการควบคุมการแสดงผลของข้อความ รูปภาพ หรือวัตถุอื่นๆ ถ้าจะเขียนภาษาอื่นให้ได้ดีๆ เราต้องแม่น HTML ที่สุด เพราะทุกภาษานั้นเป็นส่วนเสริมของ HTML

CSS: เป็นภาษาที่มีรูปแบบการเขียน Syntax ที่เฉพาะ ถูกกำหนดขึ้นเพื่อใช้เสริมภาษา HTML ให้สามารถจัดรูปแบบการแสดงผลให้กับเอกสาร HTML ได้สมบูรณ์แบบมากขึ้น

PHP: เป็นภาษาสคริปต์ที่ถูกฝังในเว็บเพจ โดยเว็บเพจที่มีสคริปต์ PHP แทรกอยู่นั้นจะทำงานที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Server-Side Script) คือจะถูกประมวลผลการทำงานที่เซิร์ฟเวอร์ก่อน แล้วจึงส่งผลการทำงานที่เป็น HTML มาแสดงผลที่ Browser ของผู้ใช้งาน

SQL: เป็นภาษามาตรฐานที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมเพื่อจัดการฐานข้อมูลโดยเฉพาะ เพื่อจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ SQL เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการออกแบบฐานข้อมูลเว็บไซต์ส่วนใหญ่ ไม่ว่าคุณต้องการหรือไม่ แต่คุณจำเป็นต้องรู้พื้นฐานของ SQL

JavaScript: หนึ่งในภาษายอดนิยมอย่างมากซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้เว็บไซต์มีลูกเล่นในการทำงาน และตอบสนองต่อผู้ใช้มากยิ่งขึ้น โดยจะทำงานร่วมกับภาษา HTML


เริ่มดำเนินการ

เมื่อคุณได้เรียนรู้ภาษาข้างต้นแล้วคุณสามารถเริ่มต้นเขียนโค้ดและพัฒนาเว็บไซต์ตั้งแต่เริ่มต้นได้เลย โดยสามารถตั้งค่าฐานข้อมูล MySQL และเซิร์ฟเวอร์ภายในเครื่องของคุณเพื่อรันและทดสอบโค้ดฝั่งเซิร์ฟเวอร์ XAMPP ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์แบบ Open source ให้ดาวน์โหลดมาใช้กันได้ฟรี อีกทั้งยังตั้งค่าใช้งานได้ง่ายไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มหัดเขียนเว็บไซต์ และทดลองการทำงานของ Web server เบื้องต้นด้วย

การเริ่มต้นให้สร้างเทมเพลตเกี่ยวกับเว็บไซต์ควรมีลักษณะอย่างไร ที่จะให้ความรู้สึกดีต่อผู้ใช้งาน ต่อมามีการอัปเดตเนื้อหาของหน้าเว็บแบบไดนามิก แบบฟอร์มปุ่มและลิงก์สามารถใช้เพื่อเรียกคำขอบนเซิร์ฟเวอร์ PHP สามารถรับคำขอประมวลผลข้อมูลเพื่อดำเนินการฐานข้อมูลตอบสนองต่อข้อมูลพร็อพเพอร์ตี้และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง API / ปลั๊กอิน มีบทบาทสำคัญในกระบวนการของการพัฒนาเว็บ ส่วน Github เป็นแพลตฟอร์มการพัฒนามีปลั๊กอินจำนวนมากที่จะช่วยเราในการปรับโฉมหน้าของเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ JavaScript เพื่อแสดงภาพเคลื่อนไหวและการทำงานด้านไคล์เอ็นต์อื่นๆ เช่น โปรแกรมแก้ไขข้อความ เป็นต้น

การพัฒนา: เมื่อเว็บไซต์ของเราได้รับการพัฒนาแล้วจะต้องมีการเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รู้จัก โดยเจ้าของเว็บจะต้องจดทะเบียนโดเมนเนม และเช่าพื้นที่โฮสต์ ก็สามารถนำเว็บเพจอัพโหลดขึ้นสู่อินเทอร์เน็ต ส่วนไคลเอ็นต์ FTP สามารถใช้เพื่ออัพโหลดไฟล์ของเว็บไซต์ไปยังโฟลเดอร์สาธารณะเพื่อการดูของทุกคน และเซิร์ฟเวอร์ MySQL ก็สามารถติดตั้งได้แบบเดียวกัน

SEO: การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา สามารถทำให้เว็บไซต์ของเราติดหน้าแรกหรือติดอันดับต้นๆ บนผลการค้นหา การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหาทำได้โดยใช้เมตาแท็กบนหน้าเว็บและเครื่องมือ SEO อื่นๆ เช่น Google Analytics เครื่องมือวิเคราะห์และเก็บข้อมูลเชิงสถิติของผู้เข้าเว็บไซต์ ที่จะทำให้เราทราบถึงปัญหาหรือโอกาสที่มีอยู่นั่นเอง


นอกเหนือจากนี้สาขาของ การพัฒนาเว็บ ก็มีอะไรให้เรียนรู้มากมายและไม่มีที่สิ้นสุด ในแต่ละวันมี อีกทั้งยังทำให้เรามีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ดังนั้นควรหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่บ่อยๆ



ที่มา: am2bmarketing

โดย :
 3368
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

Schema Markup ส่งผลดีต่อ SEO อย่างมาก เพราะช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาของเว็บไซต์คุณได้ลึกและแม่นยำขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการจัดอันดับ (Ranking) และการแสดงผลในหน้าค้นหา (Search Results) โดยเฉพาะในรูปแบบ Rich Results ที่ดึงดูดสายตามากกว่าลิงก์ธรรมดา
เมื่อเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในการศึกษาเช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สถาบันการศึกษาทั่วโลกต่างพากันลงทุนจำนวนมากกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างช่องทางให้ผู้เรียนเข้าถึงหลักสูตรต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น แน่นอนว่าแนวโน้มการศึกษาในปี 2017 จะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี "ประชาชาติธุรกิจ" จึงรวบรวมแนวโน้มการศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไว้ดังนี้ เยสคอร์ส (YesCourse) ผู้สร้างแพลตฟอร์มการกระจายการศึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้สถาบันการศึกษาทั่วโลกได้ขายหลักสูตรการศึกษาออนไลน์ของตน โดยปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 3,500 สถาบันการศึกษาระบุว่า ในปีที่ผ่านมาการศึกษาออนไลน์ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาอย่างมาก และเป็นตัวเสริมให้การศึกษาแบบดั้งเดิมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนจากทุกที่ แต่ในปี 2017 ระบบการเรียนออนไลน์แบบเสมือนจริง Virtual Reality (VR) จะกลายเป็นกระแสหลักมากขึ้น ซึ่งเราอาจได้เห็นและได้ยิน VR ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ มาแล้ว เช่น การบิน การทหาร และเกม แต่ในอนาคต VR จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพราะเป็นเครื่องมือที่จะสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดการรับรู้และตื่นตัวในการเรียนรู้มากขึ้น แนวโน้มต่อมา คือ Cloud Migration หรือการเคลื่อนย้ายฐานข้อมูลต่าง ๆ สู่คลาวด์ ซึ่งสถาบันการศึกษานำข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงระบบไอทีของตนเองสู่ระบบคลาวด์มากขึ้นทุกวัน เพราะเป็นหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่ลดความยุ่งยากในการติดตั้ง การดูแลระบบ ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายเอง ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต จัดการบริหารทรัพยากรของระบบ และสามารถแบ่งทรัพยากรร่วมกันได้ง่าย อีกหนึ่งแนวโน้มที่ YesCourse พูดไว้ คือ การวิเคราะห์เชิงทำนาย (Predictive Analytics) และการเรียนเชิงทำนาย (Predictive Learning) ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่ผู้เรียนมีการโต้ตอบกับโปรแกรมการศึกษาออนไลน์ พวกเขาทิ้งรอยดิจิทัลไว้ (Digital Footprint) สิ่งนี้ทำให้สถานศึกษา และครูผู้สอนสามารถใช้ทำนายเพื่อเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียน และสามารถปรับเปลี่ยนหลักสูตรได้ตรงตามความต้องการของผู้เรียนและเหมาะสม นอกจากนั้นยังเป็นข้อดีต่อการเตรียมความพร้อมของสถาบันการศึกษาในการพัฒนาบุคลากร เตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที ส่วนเว็บไซต์ Pathway to Financial Success บอกว่า แนวโน้มการศึกษาจะเข้าสู่ยุค The Internet of Things (IoT) เพราะอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์โฟน โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ แท็บเลต สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาเรียนรู้มากขึ้นทุกวัน โดยบริษัทการ์ตเนอร์ (Gartner Inc.) ทำนายว่า ในปี 2020 จะมีอุปกรณ์สิ่งของต่าง ๆ เชื่อมต่อกันไม่ต่ำกว่า 20.8 ล้านล้านชิ้นทั่วโลก ดังนั้น รัฐบาลแห่งประเทศอังกฤษจึงทุ่มงบฯลงทุนด้านการวิจัยและศึกษาด้าน IoT ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้เรียนได้รับประโยชน์จาก IoT ได้แก่ ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning), รู้จักการแก้ไขปัญหาโดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-based Learning), กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองและยั่งยืน (Self-directed Learning), ส่งเสริมเรียนรู้ผ่านพหุประสาทสัมผัส (Multisensory Learning), สร้างความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ (Gender Equality) และสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ (Creating Smart Classroom) นอกจากนั้น Real-World Case Studies หรือกรณีศึกษาจากโลกแห่งความจริงจะเข้มข้นมากขึ้นในทุกวิชา เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้เรียน และเห็นภาพได้ชัดเจนกว่าข้อมูลในตำรา กรณีศึกษาในโลกแห่งความจริงยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนต้องการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน ในขณะที่ "บิล เกตส์" นักธุรกิจชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ และเป็นผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลวิเคราะห์ไว้ว่า ค่าใช้จ่ายการศึกษาจะน้อยลงและทุนการวิจัยจะมากขึ้น "เป็นที่รู้กันว่างานวิจัยเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนา และการต่อยอดการศึกษา แต่ที่ผ่านมานักวิจัยหลายคนต่างต้องวิ่งเต้นหาทุนวิจัย และหาการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถเรียนได้ฟรีจากระบบการศึกษาที่เรียกว่า MOOCs (Massive Online Open Courses) จึงส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเรียนน้อยลง ผู้เรียนสามารถมีทุนวิจัยของตนเอง" "ขณะเดียวกันสถาบันการศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องจ้างผู้สอนจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องสร้างห้องเรียนหรืออาคารเรียน เพราะสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็
สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในยุคนี้มักใช้ Facebook หรือไม่ก็ Line@ มาเป็นตัวช่วยไว้สำหรับติดต่อสื่อสารพูดคุยหรือขายสินค้าให้กับลูกค้ากันทั้งนั้น แต่ก็เกิดคำถามที่ว่าแพลตฟอร์มไหนเหมาะแก่การขายของออนไลน์มากกว่ากัน วันนี้ทีม Online Marketing จะพาไปดูว่าระหว่าง Facebook และ Line@ แพลตฟอร์มอันไหนจะดีกว่ากัน?

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์