Google Meet วิดีโอการประชุมระดับพรีเมียม ฟรีสำหรับทุกคน

Google Meet วิดีโอการประชุมระดับพรีเมียม ฟรีสำหรับทุกคน

Google Meet การประชุมทางวิดีโอที่ปลอดภัยเพื่อธุรกิจของคุณ

Google ได้ประกาศผ่านบล็อกของบริษัทว่าเตรียมจะเปิด Google Meet ระบบประชุมทีม ให้ทุกคนใช้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิก "G Suite" เพียงแค่มีบัญชีกูเกิ้ล ก็สามารถสร้างห้องประชุม และเชิญคนเข้าร่วมได้สูงสุดถึง 100 ราย โดยจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถสร้างห้องประชุมได้ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ซึ่งก่อนหน้านี้ Google Meet เป็นบริการระบบประชุมทีมออนไลน์ ที่จำกัดให้สำหรับลูกค้า G Suite เท่านั้น ซึ่งการใช้งานฟรียังมีข้อจำกัดบางอย่าง คือสามารถใช้เวลาประชุมได้เพียงครั้งละไม่เกิน 60 นาที แต่การจำกัดเวลาจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนเป็นต้นไป เพื่อให้ทุกคนได้ใช้อย่างเต็มที่ ในช่วงภาวะวิกฤตินี้



การที่ Google ตัดสินใจเปิดระบบประชุมทีมของตัวเองให้ทุกคนใช้ฟรีครั้งนี้ อาจเป็นเพราะถูกแรงกดดันจากคู่แข่ง อย่าง Zoom ที่กระแสมาแรงจนความนิยมทิ้งห่างไปแล้วก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม Google เชื่อมั่นว่าระบบของตนมีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวสูง จะไม่มีการโฆษณา และนำข้อมูลผู้ใช้ไปขายแต่อย่างใด

ผู้ใช้งาน Google Meet สามารถใช้ฟีเจอร์ทุกอย่างที่มีอย่างครบครัน ไม่มีจำกัด ทั้งการแชร์หน้าจอ การแปลงเสียงเป็นอักษร หรือการแสดงหน้าจอพร้อมกัน 16 คน ไม่ต้องลงโปรแกรม สามารถใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ได้เลย ซึ่งโปรแกรมยังรองรับแอป iOS และ Android นอกจากนี้ทุกคนยังสามารถบันทึกวิดีโอการประชุมเก็บไว้บน Google Drive ได้ด้วย









ขอขอบคุณแหล่งที่มา : news.thaiware , blog.google 
 259
ผู้เข้าชม
คะแนน

บทความที่เกี่ยวข้อง

เวลาเราจะเริ่มทำงานคงพูดได้เลยว่าไม่มีนักออกแบบคนไหนที่จะไม่หาแรงบันดาลใจก่อนเริ่มทำงานชิ้นนั้นๆ เพราะอะไร ไอเดียเริ่มต้นของงานเหล่านั้นอยู่เฉยๆ คงไม่ผุดขึ้นมาเองได้แน่ เราจำเป็นต้องหาแรงบันดาลใจกันหน่อยเพื่อให้สมองได้ทำงานและผุดไอเดียเจ๋งๆ ขึ้นมา
ปัจจุบันนี้มีแอปฯ และเทคโนโลยีต่างๆ มากมายที่ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ด้านดนตรีของคุณ และยิ่งง่ายเข้าไปอีก เมื่อ Google เปิดตัว Song Maker เครื่องมือสำหรับสร้างดนตรีและเพลงออนไลน์ พร้อมมีเครื่องดนตรีให้เลือกใช้มากมาย เช่น เปียโน, กลอง, กีตาร์ ฯลฯ ผู้ใช้สามารถต่อไมค์อัดเสียงร้องของตัวเองลงไปได้ ควบคุมความเร็วและจังหวะได้ตามต้องการ
กลุ่มผู้พัฒนามาตรฐานสายเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB (USB 3.0 Promoter Group) ได้ประกาศมาตรฐานใหม่สำหรับ USB-C นั่นคือ USB 3.2 ซึ่งสามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วกว่า USB 3.1 ซึ่งเป็นมาตรฐานปัจจุบัน ถึง 2 เท่า
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์