
เริ่มต้นง่าย แค่มีบัญชี ก็โพสต์ขายได้ทันที
เข้าถึงคนจำนวนมาก เพราะผู้คนใช้โซเชียลทุกวัน
สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้เร็ว เช่น ไลฟ์สด / ตอบคอมเมนต์
ฟรี (หรือใช้งบโฆษณาน้อย) ก็สามารถเริ่มได้
ไม่ใช่ของเรา 100% หากบัญชีโดนแบนหรือระบบเปลี่ยนกฎ เกมจบ!
ควบคุมการจัดวางและแบรนด์ได้น้อย
ลูกค้าหายไว เพราะโพสต์เก่าๆ ถูกกลบเร็ว
ดูน่าเชื่อถือ ทำให้แบรนด์ดูจริงจัง มีตัวตน
ควบคุมได้ 100% ไม่มีใครปิดบัญชีคุณได้
ปรับแต่งได้เต็มที่ ทั้งดีไซน์ UX/UI และประสบการณ์ลูกค้า
รองรับ SEO ทำให้คนค้นหาเจอคุณจาก Google
เก็บข้อมูลลูกค้า / ทำระบบสมาชิก / ขายของอัตโนมัติ ได้ง่ายขึ้น
ต้องมีความรู้ / จ้างทำ ถึงจะได้เว็บที่ดี
มีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าโดเมน โฮสต์ หรือค่าทำเว็บ
ต้องโปรโมตเอง เพราะไม่มีคนเข้าเว็บเองเหมือนบนโซเชียล
| สถานการณ์ | แนะนำให้เริ่มจาก... |
|---|---|
| อยากเริ่มเร็ว งบน้อย | โซเชียลมีเดีย |
| เน้นสร้างแบรนด์ระยะยาว | เว็บไซต์ |
| มีสินค้าอยู่แล้ว อยากเพิ่มยอดขาย | ทั้งเว็บไซต์ + โซเชียล |
| ขายสินค้าทั่วไป (เช่นเสื้อผ้า ของใช้) | โซเชียลก่อน แล้วค่อยมีเว็บ |
| ขายบริการหรือสินค้าราคาสูง | เริ่มทำเว็บไซต์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ |
ลูกค้าที่เห็นว่าบริษัทมีเว็บไซต์ จะรู้สึกมั่นใจมากกว่า โดยเฉพาะถ้าเป็นธุรกิจที่ขายสินค้าราคาแพง หรือให้บริการระดับองค์กร (B2B)
เว็บไซต์ = บ้านของแบรนด์ คุณสามารถออกแบบได้ตามต้องการ เช่น โทนสี โลโก้ เมนู บริการ รีวิว ฯลฯ โดยไม่ต้องยึดตามฟอร์แมตของ Facebook หรือ IG
เช่น ข้อมูลสินค้า/บริการ ทีมงาน ติดต่อเรา แผนที่ พอร์ตลูกค้า ฯลฯ – เหมาะสำหรับเวลาลูกค้าอยาก “ศึกษาก่อนตัดสินใจ”
ลูกค้าที่เสิร์ชว่า “บริษัทรับตกแต่งภายใน กรุงเทพ” ถ้าเว็บคุณติดหน้าแรก = ได้ลูกค้าแน่นอน
(ซึ่งโซเชียลอย่าง Facebook ไม่ติดอันดับการค้นหานี้เท่าเว็บ)
ฟอร์มติดต่อ/ขอใบเสนอราคา
แชทสด
ระบบจองคิว
ระบบอีเมลข่าวสาร
การขายของออนไลน์ (E-commerce)
ทั้งหมดนี้ “โซเชียลทำไม่ได้เต็มที่”
สรุป
ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณ แนะนำให้ใช้ ทั้งสองควบคู่กัน เพราะโซเชียลคือการ "เรียกลูกค้า" ส่วนเว็บไซต์คือ "บ้านหลัก" ที่ทำให้เขากลับมาซื้อซ้ำค่ะ