11 ข้อที่ต้องทำได้มากกว่าการโพส สำหรับคนดูแล Social Media

11 ข้อที่ต้องทำได้มากกว่าการโพส สำหรับคนดูแล Social Media

     Social Media ในปัจจุบันเรียกได้ว่าไม่มีใครไม่ใช้เป็นเครื่องมือการตลาด ด้วยความที่เป็นเครื่องมือการตลาดหลักไปสำหรับเกือบทุกธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่จึงมีความสำคัญอย่างมากในการดูแล เพราะเปรียบเสมือนเป็นหน้าด่านสำคัญของตัวแบรนด์สินค้าและบริการกับลูกค้า เมื่อมีความสำคัญแบบนี้ทำให้อาชีพหนึ่งนั้นเกิดขึ้นคือการที่ต้องมีคนมาดูแล Social Media นั่นเอง

     ผู้ประกอบการจำนวนมาก ชอบคิดว่าการดูแล Social Media ก็แค่โพสข้อความขึ้นไปบน Social Media ต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Instagram หรืออื่น ๆ อย่างไรก็ตามเครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ กลับมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเองอยู่ทุกวัน ซึ่งทำให้คนที่ดูแลต้องมีความสามารถที่มากกว่าการโพสข้อความถ้าอยากจะทำ Social Media นั้นให้ได้ประสิทธิภาพและเห็นผลของการลงทุน ในวันนี้เราจะมาเสนอทักษะ 11 อย่างที่คนทำ Social Media ควรจะมี หรือองค์กรไหนคิดว่าทำ Social Media ก็แค่โพสข้อความก็ลองอ่านดู 11 ทักษะนี้จะได้รู้ว่ามันไม่ใช่แค่โพส

                                                                                                                ภาพจาก McKinsey

1. พัฒนา Social Media Strategy : ก่อนที่จะทำการโพสอะไร มีความสำคัญอย่างมากที่จะรู้ว่าสิ่งที่โพสนั้นเราคาดหวังว่าจะได้ผลอะไรกลับมา หรือกำลังจะทำหน้าที่อะไร สื่อสารกับใครและเขาอ่านแล้วเขาจะได้รับรู้อะไรไป ทั้งนี้หลักการนี้คือการทำ Strategy เบื้องต้น คนดูแล Social Media นั้นควรจะรู้ว่า channel ที่ดูนั้นจะต้องมี Content Pillar อะไรบ้าง ควรจะสื่อสารด้วย mood & tone แบบไหน กลุ่มเป้าหมายชอบการสื่อสารแบบใด และเมื่อสร้างข้อความที่จะโพสออกไปก็ควรรู้ว่าข้อความนั้นจะให้ผลอะไรกลับมา เพราะไม่งั้นจะกลายเป็นการโพสอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่ได้มีอะไรมุ่งสู่เป้าหมายเลย

2. อัปเดตแบรนด์ : คนดูแล Social Media ควรมีความเข้าใจเรื่องแบรนด์และรู้ว่าแบรนด์ตัวเองมี Positioning อย่างไร และอยากให้คนรับรู้ในตัวแบรนด์อย่างไรด้วย ทั้งนี้คนดูแล Social Media ต้องสามารถสะท้อนภาพลักษณ์การสื่อสารหรือการโพสให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว สอดคล้องกับสื่ออื่น ๆ ออกไป และสื่อสารในทางเดียวกัน 

3. ต้องสร้าง Monthly Calendar Content : คนที่ดูแล Social Media ไม่ใช่ว่าอยากจะโพสตอนไหนก็โพสได้ แต่สิ่งที่ควรทำคือการวางแผนในระยะเวลาเป็นเดือนว่าจะโพสอะไร เมื่อไหร่ เวลาไหน เพื่อทำให้รู้ว่าคุณกำลังดำเนินงานตามแผนไหม หรือถ้าไม่เป็นไปตามแผนจะมีทางแก้อะไร การมีตารางแผนงานทำให้สามารถตรวจทานและแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดได้ด้วย

4. ตั้งโพสล่วงหน้า : การตั้งเวลาโพส ไม่ใช่ต้องมานั่งโพสทุกอย่างเป็น Manual เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น เผื่อป่วย ไม่สบาย ญาติเสีย หรือติดธุระสำคัญถ้าคุณไม่ได้ตั้งโพส จะทำให้การสื่อสารติดขัดหรือสิ่งที่ต้องทำก็ไม่ต้องทำเลย การตั้งโพสช่วยประหยัดเวลาคุณทำงานและช่วยคุณเวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

5. ตอบคอมเมนท์ : คนดูแล Social Media ไม่ใช่เพียงโพสอย่างเดียว แต่ควรเข้าไปตอบคอมเมนท์เป็นด้วยว่าแต่ละคอมเมนท์จะตอบอะไร แบบไหนตอบหรือแบบไหนไม่ตอบ สิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ คือการสร้างแบบคำตอบสำเร็จรูปเพื่อการตอบแต่ละแบบเอาไว้ เพื่อประหยัดเวลาในการทำงาน แต่ไม่ควรคัดลอกมาตอบแบบตรง ๆ แต่ควรดัดแปลงเล็กน้อยเพื่อให้รู้สึกถึงการเป็นมนุษย์ตอบบ้าง

6. ใช้เครื่องมืออื่น ๆ : สิ่งสำคัญของคนทำ Social Media คือการหัดใช้เครื่องมือทุ่นแรง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือ Social Media Monitoring หรือ Social Listening และเครื่องมือบริหารจัดการสื่อออนไลน์ เพื่อให้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นในการทำงาน และสามารถรับรู้ได้ว่าคนใน Social กำลังทำอะไร เพื่อที่จะสามารถนำมาใช้ทำงานต่อได้ถูกต้อง

7. บริหารจัดการคนติดตาม Social : คนทำ Social Media ควรทำการสร้างรายชื่อคนติดตามหรือหรือรู้ว่าคนที่เข้ามาปฏิสัมพันธ์ตัวเองเป็นใครบ้างที่มาบ่อย ๆ หรือคนส่วนใหญ่เป็นอย่างไร ใครมีอิทธิพลทางออนไลน์หรือไม่มี สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณสามารถใช้ประโยชน์ได้ เหมือนร้านอาหารที่รู้จักลูกค้าประจำ รู้จักคนดังที่มาทานอาหารที่ร้าน ก็สามารถสร้างประโยชน์ได้มากมายแล้ว

8. ซื้อโฆษณาเป็น (ซื้อไม่เป็นก็ควรรู้หลักการ) : ถ้าดูแลโพสเป็นแล้ว และทีนี้ต้องทำให้โพสนั้นส่งไปหาคนมากขึ้น หรือรู้ว่าโพสแบบนี้กำลังมีคนชอบเยอะ สิ่งที่คนดูแล Social Media ควรทำเป็นคือการทำโฆษณาให้เป็นเพื่อที่จะสามารถทำให้คนเห็นโพสหรือช่องทางตัวเองมากขึ้น แทนที่จะโพสไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีใครเห็นเลย

9. คิดกิจกรรม : การสร้างกิจกรรมนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Social Media นั้นมีปฏิสัมพันธ์ต่าง ๆ ขึ้นมา คนที่ทำ Social Media เป็นควรรู้ว่าจะทำกิจกรรมแบบไหนที่สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ขึ้นมาได้ หรือมีกิจกรรมในช่วงเวลาไหนเพื่อกระตุ้นความสัมพันธ์ของแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมาย สิ่งที่ควรรู้ก็คือจากกิจกรรมแบรนด์ควรจะได้ asset กลับมาเช่นรายชื่อ, email หรือความคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ทำกิจกรรมเพื่อนักล่ารางวัลหรือทำกิจกรรมไปโดยไม่ได้อะไรกลับมาเลย

10. ทำ Report : เมื่อทำ Strategy ได้ก็ควรจะทำ Report เป็นและรู้ว่างานตัวเองนั้นอันไหนดี และอันไหนที่ไม่ดี ที่ควรจะปรับปรุง ซึ่งด้วยข้อมูลในการทำ Report ทำให้รู้ว่างานตัวเองนั้นได้ประสิทธิภาพแค่ไหน และได้ตรงตามกลยุทธ์ที่วางไว้หรือเปล่า ถ้าคนทำงาน Social Media อยู่ทุกวันยังไม่รู้ว่าช่องทางที่ตัวเองดูนั้นทำงานได้ดีหรือไม่ดี ก็คงไม่มีใครสามารถมาบอกแทนได้แล้วว่างานนั้นดีหรือไม่ดี

11. อัปเดตตัวเอง : เครื่องมือออนไลน์โดยเฉพาะ Social Media นั้นมีการเปลี่ยนแปลงในด้านนโยบาย และ algorithm อยู่ทุกวัน คนทำ Social Media ควรจะรู้ก่อนใครว่าเกิดอะไรขึ้น มีเครื่องมืออะไรใหม่ และมีวิธีการอะไรใหม่ ๆ ออกมา เพราะถ้าคนที่ทำ Social Media อยู่ทุกวันยังไม่รู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็คงไม่มีใครแล้วที่จะรู้

ที่มา : marketingoops

โดย :
 3757
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป แน่นอนว่า ทำให้ตลาดของดิจิทัลโตขึ้นอย่างแน่นอน แต่ดิจิทัลเอเจนซีนั้นจะโตด้วยไหม มีหลายปัจจัยและต้องพิสูจน์ตัวเองกันต่อไป เพราะไม่เพียงแต่สู้กันเองกับจำนวนดิจิทัลเอเจนซีที่เกิดขึ้นใหม่มากมายแล้ว ยังต่อสู้กับแพลตฟอร์มที่เข้ามามีอิทธิพลในวงการตลาดและโฆษณาด้วย
สิ่งที่ทุกคนเห็นและใช้กันทุกวัน คือ Google กับ Facebook ซึ่งรู้หรือไม่ว่า ทั้งสองเจ้านี้ มีโฆษณาที่ลงได้หลากหลายมาก แล้วแต่ความต้องการเลยว่าอยากจะลงแบบไหน และอยากได้ลูกค้าแบบไหน
หลายๆคน เข้าใจว่าการโฆษณาผ่าน Facebook Ads ให้กับ Fan Page นั้น คือ การเพิ่มจำนวนคน Like ของ Page อย่างเดียว บางคนลงงบประมาณโฆษณาเป็นหมื่นๆ แต่ได้สมาชิกมากด Like Fan Page แค่ไม่ถึง 1,000 คน ดังนั้นควรทำความเข้าใจเสียใหม่เกี่ยวกับการโฆษณา

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์