ระบบโฆษณาแบบ PPC (Pay Per Click) คือ?

ระบบโฆษณาแบบ PPC (Pay Per Click) คือ?

PPC (Pay Per Click) คือ?

"PPC" หรือ "Pay Per Click" คือ การลงโฆษณาบน Search Result Page หรือหน้าแสดงผลการค้นหาของ Search Engine อาทิ Google, Yahoo!, Bing, Baidu เป็นต้น โดยคิดค่าใช้จ่ายจากการคลิกตัวข้อความโฆษณา แม้ว่าโฆษณาจะแสดงขึ้นมา แต่หากไม่มีการคลิกเกิดขึ้น ก็จะไม่เสียเงินในการลงโฆษณาแต่อย่างใด ระบบโฆษณาแบบ PPC ที่เป็นที่นิยมทั่วโลก ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการ 4 แบรนด์หลักใหญ่ๆ คือ

 

1.Google AdWords (นิยมใช้มากที่สุดในหลายประเทศทั่วโลก)

2.Yahoo! (นิยมใช้ในญี่ปุ่น ฮ่องกง)

3.Bing (นิยมใช้ในสหรัฐอเมริกา)

4.Baidu (สำหรับในประเทศจีน)

 

ตัวอย่างหน้าผลการค้นหาของ Google.co.th โดย Keyword คำว่า "ทัวร์ญี่ปุ่น"

ในส่วนของกรอบสีน้ำเงินคือส่วนของโฆษณาที่จะต้องเสียเงินเมื่อมีการคลิกเกิดขึ้น ที่ไทยเป็นที่รู้จักกันในชื่อ PPC (Pay Per Click) ส่วนที่ญี่ปุ่นจะเรียกว่า P4P (Pay for Performance หรือ Pay for Placement) หรือ Listing Advertising ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "SEM (Search Engine Marketing)" หรือการทำการตลาดบน Search Engine สำหรับในส่วนด้านล่างนั้นคือผลการค้นหาธรรมดา ซึ่งจะเรียกการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับอยู่ในส่วนนี้ว่า "SEO (Search Engine Optimization)"

 PPC เป็นรูปแบบการโฆษณาบน Search Result Page หรือหน้าแสดงผลการค้นหา ซึ่งเราต้องประมูล Keyword เพื่อที่จะให้โฆษณาของเราไปปรากฎอยู่เมื่อมีการค้นหาใน Search Engine ตำแหน่งของโฆษณานั้นจะถูกกำหนดโดยค่าประมูลที่เรียกว่าค่า CPC (Cost Per Click) ซึ่งก็คือราคาที่เรากำหนดไว้ว่าหากมีคนคลิกเข้าไปดูเว็บไซต์ของเราผ่านทางตัวโฆษณา เราจะต้องจ่ายเงินให้กับ Search Engine ครั้งละสูงสุดไม่เกินเท่าไหร่ ค่า CPC ของแต่ละ Keyword นั้นมีราคาไม่เท่ากัน ยิ่ง Keyword มีคนใช้ค้นหามาก มีคู่แข่งมาก ค่า CPC ก็จะสูงตามไปด้วย

 แน่นอนว่าหากต้องการตำแหน่งโฆษณาให้อยู่สูงๆ ก็ต้องประมูลราคา CPC ของ Keyword ให้สูงกว่าคู่แข่ง แต่ในระบบของ Google AdWords นั้นก็มีค่า Quality Score ซึ่งเป็นตัวแปรในการกำหนดตำแหน่งของโฆษณาโดยคำนวณจากคุณภาพของโฆษณา เช่น ความเกี่ยวข้องระหว่างตัวโฆษณากับ Keyword และ Landing Page หาก Keyword นั้นมี Quality Score สูง ก็จะทำให้เราจ่ายค่า CPC ที่ถูกลงแต่ยังได้ตำแหน่งโฆษณาที่ดีเหมือนเดิม และอาจกล่าวในภาพรวมได้ว่าเราจ่ายเงินในการลงโฆษณาในจำนวนเท่าเดิม แต่มีโอกาสได้จำนวนคลิกเพิ่มมากขึ้นด้วยนั่นเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา : google

โดย :
 8961
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางของนักพัฒนาเว็บไซต์ สำหรับคนที่มีประสบการณ์แล้วก็คงบอกว่ากว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้นั้นมันไม่ง่ายเลย เริ่มตั้งแต่การนำเว็บไซต์ที่ฝ่ายออกแบบออกแบบเรียบร้อยแล้ว มาทำการเปลี่ยนดีไซน์ให้กลายเป็นเว็บ ด้วยการโค้ดภาษาต่างๆ เช่น HTML, CSS, JavaScript เป็นต้น
Responsive Web Design คือการออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับขนาดหน้าจอสำหรับอุปกรณ์ทุกชนิด ตั้งแต่ คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดจอหลากหลาย ไปจนถึง Tablet ซึ่งมีมาตรฐานของขนาดหน้าจอที่แตกต่างกัน และโทรศัพท์มือถือ Smart Phone ต่างๆ พูดได้ว่าออกแบบครั้งเดียวสามารถใช้ได้กับทุกหน้าจอกันไปเลย
สำหรับปี 2018 ที่จะถึงนี้ ภาพการตลาดดิจิทัลเริ่มชัดเจนมากขึ้นว่าจะมีความยาก ความซับซ้อน และสนุกมากขึ้นในตลาดประเทศไทย คอนเทนต์ยังเป็นเรื่องสำคัญที่แบรนด์ยังคงต้องคอยผลิตให้แปลกใหม่ แตกต่าง น่าสนใจอยู่เสมอ แต่การนำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ ให้โดนใจลูกค้าบนโลกดิจิทัลนั้น ทางทีม STEPS เอง ก็ได้ลองเอา Personality Test หรือ แบบทดสอบการแยกประเภทบุคลิกของคนหลากหลายแบบมาประยุกต์ใช้ แต่สำหรับบทความนี้เราจะนำ Emergnetics Personality Test อีกรูปแบบหนึ่งมาปรับประยุกต์ให้เข้ากับแผนกลยุทธ์คอนเทนต์ปี 2018 กันค่ะ

Feature SoGoodWeb

เจาะลึกระบบหลังบ้าน SoGoodWeb มาดูวิธีใช้ระบบแจ้งเตือนแบบ Third-Party และ Email Notification เพื่อช่วยจัดการร้านค้าและอำนวยความสะดวกให้คุณไม่พลาดทุกยอดขาย
SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์