จับโอกาสให้อยู่หมัด ด้วย 5 เทรนด์การตลาดน่าจับตาในปี 2019!!

จับโอกาสให้อยู่หมัด ด้วย 5 เทรนด์การตลาดน่าจับตาในปี 2019!!

      โลกของธุรกิจและการตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามาทำให้การซื้อขายสามารถเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ แล้วเราจะทำยังไงให้ตามทันการเปลี่ยนแปลง ทำยังไงให้ตามทันผู้บริโภค เพื่อยังคงเป็นแนวหน้าในวงการธุรกิจ

       ซึ่งสิ่งสำคัญคือการเดาทางอนาคตที่จะเกิดขึ้น เห็นภาพให้ชัดเจนที่สุด เพื่อเตรียมแผนได้อย่างตรงจุดที่สุด ดังนั้นเรามาดูแนวโน้มการตลาดที่จะเกิดในปี 2019 กัน

1. การตลาดจะเข้าสู่โลกดิจิทัลเป็นหลัก

        ในช่วงปี 2017 มีตัวเลขการโฆษณาผ่านดิจิทัลเป็นตัวเงินสูงกว่า 12,000 ล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 31% โดย Facebook ยังคงมาเป็นที่ 1 ตามด้วย Youtube

        เทียบกับเม็ดเงินโฆษณาผ่านทีวีที่หดตัวลง 14% เราคงสามารถคาดการณ์กันได้ไม่ยากว่ากระแสในปี 2019 จะเทไปในทิศทางใด สิ่งที่ตามมาคืออัตราการแข่งขันที่สูงขึ้นในโลกดิจิทัล โดยเฉพาะบรรดา SMEs และ Startup เกิดใหม่ที่ต้องสรรหาเทคนิคการโฆษณาสินค้าของตัวเองมากขึ้น

2. การสร้างคอนเทนต์สำคัญกว่าการโฆษณาตรงๆ

         เราไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงแต่ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ปัจจุบันตามเพจใหญ่ๆเราก็จะสามารถสังเกตเห็นคอนเทนต์ที่น่าสนใจแฝงโฆษณาอยู่บ่อยครั้ง เช่นการให้ความรู้ผ่านเพจของ Jones Salad วิดีโอแนะนำร้านอาหารโดยใช้พนักงานของ Wongnai เป็นต้น

         ดาราจะกลายเป็นส่วนเสริมของคอนเทนต์ต่างๆแทน ไม่ได้เป็นหลักของการโฆษณาแบบสมัยก่อน ด้วยเหตุนี้เอง การทำคอนเทนต์ที่ดีจะเปลี่ยนกระแสการตลาดทำให้บริษัทเล็กๆสามารถเป็นจุดสนใจได้มากขึ้น สิ่งสำคัญคือสิ่งที่แบรนด์นำเสนอต้องมีความแปลกใหม่ ไม่ซ้ำ และมีความเป็นตัวของตัวเอง เพื่อที่จะเป็นจุดสนใจในสายตาของผู้บริโภคได้

3. ภาพลักษณ์ของแบรนด์คือที่สุด

         ในโลกที่เต็มไปด้วยโฆษณา โอกาสที่ลูกค้าใหม่ๆจะเห็นแบรนด์ของเรามีสูงขึ้น แต่มันก็เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นเช่นกัน เราต้องทำให้ลูกค้าจำโฆษณา หรือแบรนด์ของเราได้ แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางคู่แข่งมากขนาดไหนก็ตาม

         สิ่งที่สำคัญกว่าการถูกจดจำเพียงครั้งคราวคือความประทับใจจากลูกค้า ยิ่งเวลาผ่านไปข่าวสารก็จะยิ่งไปไวมากขึ้น ทำให้ลูกค้าสามารถรู้ได้ทันทีว่าสินค้าหรือบริการตัวไหนดีหรือไม่ดี ทั้งจากรีวิวและเพื่อนฝูง ดังนั้นการรักษาระดับสินค้าและบริการจะสำคัญยิ่งกว่าการโฆษณาในช่องทางใดๆทั้งสิ้น โดยเฉพาะ SMEs หรือ Startup อนาคตรีวิวของลูกค้าจะสามารถชี้เป็นชี้ตายแบรนด์ของเราได้เลย

4. เน้นการสื่อสารกับลูกค้าเป็นหลัก

          2019 จะเริ่มผ่านพ้นยุคที่เรามองโฆษณาผ่านทีวีแล้ว ผู้คนจะถามหาโปรโมชั่นผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆมากกว่าการดูโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์ จะเกิดการซื้อขายจากผู้ผลิตสู่ลูกค้ามากขึ้น เราจึงต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าในส่วนนั้น

          ผู้ซื้อในยุคอนาคตจะพึงพอใจกับผู้ขายที่สามารถตอบคำถามพวกเขาได้ทันที ทันใจ และไขข้อข้องใจในตัวสินค้าได้รวดเร็ว มากกว่าการตั้งโฆษณาแล้วไม่สนใจลูกค้าจนกว่าจะสั่งซื้อ ดังนั้นเราควรมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากกว่าจะปล่อยปละละเลย เพราะนั่นจะสร้างความประทับใจแม้ว่าลูกค้าจะซื้อสินค้าเราหรือไม่ก็ตาม

5. ระบบอัตโนมัติจะเข้ามาแทนที่คน

          การตอบสนองของมนุษย์อาจจะไม่ทันใจ โดยเฉพาะการซื้อขายที่มาได้ตลอด 24 ชั่วโมง การตอบอัตโนมัติจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Chatbot ตามร้านค้าต่างๆ นี่คือโอกาสสำหรับ Startup ในการลดต้นทุนด้านบุคลากร เราสามารถนำปัญญาประดิษฐ์มาคอยตอบคำถามลูกค้าได้ และใช้พนักงานที่เป็นมนุษย์ในการทำอย่างอื่นแทน และมีการเข้ามาดูแลเป็นช่วงเวลา ไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าเพื่อติดต่อลูกค้าตลอดเวลา

 

          " การตลาดในปี 2019 จะย้ายเข้ามาสู่โลกดิจิทัลโดยสมบูรณ์ แน่นอนว่ามันไม่มีทางเลือกที่ถูกต้องสำหรับการทำธุรกิจ มีเพียงแค่การปรับตัวเพื่อการอยู่รอดเท่านั้น "

 

ขอบคุณแหล่งที่มา : smestartup

โดย :
 2220
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

Google ได้ประกาศว่า Chrome จะเริ่มการบล็อกเนื้อหาที่ไม่ปลอดภัยที่เป็น HTTP และจะให้ HTTPS แสดงเป็นค่าเริ่มต้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้นั้นก็เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งานในการท่องเว็บไซต์
แต่ในยุคนี้ที่โลกออนไลน์มีคอนเทนต์หลายอย่างให้เลือกเสพกันเต็มไปหมด ทำให้พฤติกรรมของนักอ่านเปลี่ยนไป จากเดิมที่มีคนอ่านบทความยาวๆ เดี๋ยวนี้เริ่มกลายเป็น "ยาวไปไม่อ่าน" ยกเว้นว่าเนื้อหาจะดีจริงๆ
สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “การชำระเงินด้วย QR Code” ซึ่งหลายธนาคารก็พร้อมใจกันขานรับนโยบาย QR Payment เปิดให้ชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่น จากการเก็บข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ตอนนี้คนต่างจังหวัดสนใจ และอยากใช้ระบบ QR Payment แต่ยังติดในเรื่องความไม่สะดวก รวมถึงร้านค้าหลายร้านยังไม่รองรับการชำระเงินแบบนี้ แตกต่างจากในกรุงเทพฯ ที่ร้านค้าหลายแห่ง ที่เริ่มเปิดให้จ่ายเงินผ่าน QR Code ได้แล้ว เพื่อลดการใช้เงินสด กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย ที่สำคัญยังช่วยลดเวลาและต้นทุนต่างๆ จากเดิมที่ผู้บริโภคต้องกดเงินสดจากตู้ ATM เพื่อซื้อสินค้า ร้านค้าก็ต้องนำเงินไปฝากธนาคารอีกต่อ และธนาคารจะนำเงินมาที่ตู้ ATM อีกครั้ง เพื่อรอการเบิกถอนต่อไป ซึ่งธนาคารต้องนำเงินสดมาใส่ตู้ ATM เดือนละ 6-10 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยขั้นเหล่านี้ต้องเสียทั้งเวลา และค่าใช้จ่าย

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์