ตรวจเช็ค ค่าฝุ่น PM2.5 ด้วยตัวเอง ด้วยแอป AirVisual

ตรวจเช็ค ค่าฝุ่น PM2.5 ด้วยตัวเอง ด้วยแอป AirVisual

วิธีเช็คสภาพอากาศ

เมื่อโหลดแอป AirVisual มาไว้ในเครื่องเสร็จ ก็จะเจอหน้าแรก เป็นหน้าที่รายงานสภาพอากาศที่เราอยู่ ณ​ ปัจจุบัน โดยตัวแอปจะค้นหาตำแหน่งของเราจาก GPS ซึ่งจากรูปด้านล่างนั้น จะเห็นว่า คสภาพอากาศตามมาตรฐาน US AQI ตอนนี้อยู่ที่ 155 ซึ่งอยู่ในขั้นไม่โอเค คือสภาพอากาศอาจะส่งผลต่อทางเดินหายใจ

ซึ่งจากตามมาตรฐานแล้วสามารถแบ่งคุณภาพอากาศได้ 6 ระดับ ดังนี้

0-50 “Good” – สภาพอากาศถือว่าดี ไม่มีความเสี่ยง หรือความเสียงน้อย

51-100 “Moderate” – คนที่แพ้ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ควรทำกิจกรรมนอกบ้าน

101-150 “Unhealthy for sensitive group” – คนที่แพ้หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ควรออกจากบ้าน และอาจเกิดการระคายเคือง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้

151-200 “Unhealthy” – มีผลต่อคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำอย่างมาก และระดับนี้มีผลกระทบต่อผู้คนทั่วไป อาจมีความเสี่ยงเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้

201-300 “Very Unhealthy” – ผู้คนทั่วไปควรอยู่ในบ้าน ไม่ควรออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน

301-500 “Hazardous” – ผู้คนทั่วไปมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วย เกิดการระคายเคืองหรือมีปัญหาด้านทางเดินหายใจ

         นอกจากนี้เมื่อเราเลื่อนลงมาดูข้างล่าง ก็จะมีรายละเอียดต่าง ๆ เช่น การพยากรณ์สภาพอากาศใน 3 วันข้างหน้า, ค่า PM2.5, PM10, O3 และสภาพอากาศในจุดต่าง ๆ รอบโลก ซึ่งจะแสดงเป็นสีต่าง ๆ บนรูปโลกสามมิติ นอกจากนี้ยังมีการจัดอันดับ เมืองที่มีสภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก ซึ่งจะเห็นว่าประเทศจีนมีค่า AQI สูงถึง 261 เลยทีเดียว ส่วนกรุงเทพฯ ตอนนี้อยู่อันดับที่ 11 ถือว่าสูงพอสมควร


วิธีแจ้งเตือนสภาพอากาศรายวัน

ให้กดรูปฟันเฟืองมุมบนขวามือด้านบน จากนั้นให้เลือกที่ Daily Notification เมื่อเข้ามาให้เราทำการตั้งเวลาว่าเราจะให้แอปมันแจ้งเตือนเวลาใด ส่วนด้านล่างให้เลือกว่าจะให้แสดงผลสภาพอากาศของเมืองใด

เมื่อมีข้อความเด้งเตือน ก็จะมีค่า AQI ตอนนี้ บอกระดับว่าอยู่ระดับไหน และพรุ่งนี้จะมีสภาพอากาศเป็นอย่างไร 

 สุดท้ายสำหรับ AirVisual ไม่ได้มีแค่บน iOS อย่างเดียว สามารถโหลดแอปบน Android ได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นสามารถเช็คสภาพอากาศบนเว็บไซต์ได้เช่นกันนะคะ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา :macthai


 

 543
ผู้เข้าชม
คะแนน

บทความที่เกี่ยวข้อง

การทำ Responsive device ด้วย ฺBootstrap grid system เพื่อให้ตอบสนองต่อการแสดงผลผ่านอุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น การแสดงผลผ่านคอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต, สมาร์ทโฟน
ทำไมเว็บไซต์ถึงไม่พบเจอใน Google ไม่มีลูกค้าเข้ามาดูเว็บไซต์เลย เงียบกริบ ... ทริกดีๆ ที่นำมาฝาก
อย่างที่รู้กันว่าการที่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์นั้นมาจากหลายสาเหตุเช่น ติดผ่าน USB Drive หรือผ่านทาง Website หรือแม้กระทั้งโหลดมัลแวร์มาติดตั้งด้วยตัวเอง เพราะคิดว่าเป็นโปรแกรมที่จะนำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันแฮกเกอร์ก็ได้ใช้หลากหลายช่องทางในการแพร่มัลแวร์เพื่อหลอกล่อให้เรานำมัลแวร์มาติดตั้งที่เครื่องของเราเช่นกัน แต่จะดีกว่าหรือไม่ถ้าเรารู้ว่ามีช่องทางไหนบ้างที่นิยมใช้ในการกระจายมัลแวร์ เพื่อที่เราจะได้ระมัดระวังมากขึ้น และปลอดภัยจากการติดมัลแวร์
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์