ปรับทีมเซลส์ให้คมชัด ด้วย 4 หมัดเด็ด

ปรับทีมเซลส์ให้คมชัด ด้วย 4 หมัดเด็ด

 

 

 

       ทุกธุรกิจล้วนมีโจทย์สำคัญอันดับแรกที่ต้องหาคำตอบ นั่นคือคืนทุนอย่างไรให้เร็วที่สุดและกำไรให้ดีที่สุดด้วยต้นทุนที่เหมาะสม และแม้จะมีวิธีมากมายที่ตอบโจทย์ข้อนี้ได้ แต่ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้ว Sales Lead หรือลูกค้าเป้าหมายหรือเป้าหมายคุณภาพสูงที่อาจเปลี่ยนมาเป็นลูกค้าในอนาคต ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดหน่วยหนึ่งในการสร้างผลกำไรให้กับบริษัทด้วยการขายสินค้าและบริการ

 

       4 เทคนิคการจัดการเกี่ยวกับเซลส์หรือฝ่ายขายต่อไปนี้ น่าจะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพให้ทีมขายได้ ด้วยการช่วยตัดสินใจขจัดตัวแปรบางอย่างที่เป็นอุปสรรค และพุ่งเป้าไปที่เป้าหมายที่เป็นบ่อน้ำมันจริงๆ

 

1. ตั้งเกณฑ์เพื่อเฟ้น Sales Lead ที่ใช่

 

       แน่นอนว่า Sales Lead คือแหล่งรายได้ที่สำคัญ แต่หากเราหว่านแหและเข้าใจเอาเอง (หรือแม้แต่ไปทำให้ทีมขายของเราเข้าใจตามไปด้วย) ว่า Sales Lead หมายถึงลูกค้าทุกราย สุดท้ายเราจึงทุ่มเทให้กับลูกค้าทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่คุ้มกับเงินลงทุน หลังจากประเมินทั้งเม็ดเงินที่ใช้และเวลาของทั้งทีมที่ทุ่มเทลงไป

 

       แม้เราจะคาดหวังให้ทุกคนเป็นลูกค้าของเรา แต่เพื่อให้ต้นทุนทั้งหมดก่อเกิดประโยชน์สูงสุดจริงๆ ทีมขายจึงควรเริ่มจากการตั้งเกณฑ์เลือกลูกค้าเบื้องต้นให้ลงตัวเสียก่อนว่า อะไรคือสิ่งที่เราคาดหวัง (what) คนแบบไหนที่มีโอกาสเป็นลูกค้า (what) และเมื่อไหร่ที่เขาจะเข้ามา (when) ซึ่งหมายถึงการโฟกัสไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงเป็นกลุ่มหลักเสียก่อน อย่าลืมว่าถึงแม้เราอาจจะเคยผิดพลาดไปบ้าง แต่ข้อมูลในอดีตเองก็ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง เราสามารถนำมาใช้ในการคัดกรอง เพื่อวิเคราะห์ ให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แท้ของเราชัดเจนขึ้นก็ได้ด้วยเหมือนกัน การลดการให้ความสำคัญกับ Sales Lead ที่ไม่มีที่ท่าซื้อสินค้าของเราอย่างแน่นอน จะทำให้เรามีเวลามีเวลาจดจ่อกับ Sales Lead ที่ทำเงินให้เราได้มากขึ้น

 

       การจัดระเบียบกลุ่มลูกค้าดังกล่าวสามารถทำได้ด้วยการทดลองการนำเสนอสินค้า ที่สามารถทำให้ผู้ฟังคนนี้สามารถตัดสินใจซื้อได้เอง ด้วยวิธีนี้สิ่งที่เราจะได้เห็น จะมีทั้งระดับความสนใจในสินค้าของเรา และอากัปกิริยาที่แสดงออกยังแสดงให้เราเห็นอีกด้วยว่าเขาชอบวิธีการนำเสนอสินค้าของเราหรือไม่ หรือแม้แต่เขาชอบพนักงานขายคนนี้หรือไม่อีกด้วย

 

2. Sales Lead หรือใครที่มีอำนาจในการสั่งซื้อ

 

       การซื้อสินค้าไม่ใช่มีแค่ความต้องการจะซื้อสินค้าแล้วก็จะสำเร็จได้ ดังนั้นสิ่งที่เราควรรู้เป็นลำดับถัดไปย่อมหนีไม่พ้นคำถามที่ว่าลูกค้า “มีเงินซื้อหรือไม่” หลายครั้งเราไปผิดที่ผิดเวลา เช่น เสนอขายเมื่อลูกค้าเพิ่งจัดงบประมาณเสร็จ หรือมาในช่วงที่บริษัทลดการซื้อ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของการคำนวณและออกแบบ “ฤดูกาลขาย” ซึ่งแตกต่างกันไปในลูกค้าแต่ละราย จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง หรือแม้แต่การดูว่า Sales Lead (ซึ่งหลายครั้งไม่ได้หมายถึงคนที่มีสิทธิ์สั่งจ่ายเงิน) นั้นใช่คนที่ถืออำนาจการตัดสินใจซื้อไว้ด้วยหรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่ต้องดูควบคู่กันไปด้วย

 

       การคำนวณเวลาที่ลูกค้ามีเงินพอจะจับจ่ายจะช่วยให้คนที่ดูเหมือนจะเป็น Sales Lead ของเรากลายมาเป็นลูกค้าในฝันได้จริงๆ

 

3. คงฐานลูกค้าเดิม เพิ่มฐานเมื่อพร้อม

 

       ลูกค้าเดิมถือเป็นลูกค้าสำคัญสำหรับธุรกิจ รวมทั้งเป็น Qualifying Leads (หรือลูกค้าที่ผ่านเกณฑ์แล้ว) เพราะจะกลับมาซื้อสินค้าของเราอีกครั้ง เมื่อพิจารณาแล้ว Margin (ผลกำไร) ที่ได้จากลูกค้ากลุ่มนี้สูงกว่าลูกค้าใหม่ เพราะไม่ต้องใช้ต้นทุนในการชักจูงลูกค้ากลุ่มนี้อีก และยังมียอดการซื้อสะสมซึ่งเรานำมาช่วยจูงใจหรือทำการตลาดเพิ่มเติมได้ เราจึงควรรักษาลูกค้ากลุ่มนี้เอาไว้อย่างต่อเนื่อง เสริมด้วยการทำการวิจัยการแข่งขัน (Research Competition) เพื่อทำสินค้าหรือบริการให้ถูกใจลูกค้าขึ้นได้อีกด้วย

 

       และวันหนึ่งเมื่อระบบและลูกค้าพื้นฐานถูกจัดแจงและดูแลได้เข้าที่เข้าทางแล้ว ถึงเวลานั้นทีมขายก็สามารถใช้หลักการเดิมทั้งสามข้อนี้เพื่อชักจูง Sales Lead เข้ามาขยายฐานลูกค้าออกไปได้อีกด้วย

 

4. งัดความเสมอต้นเสมอปลายซื้อใจลูกค้า

 

       อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ของเราขายได้และขายได้ “ตลอด” คือการแสดงความจริงใจต่อลูกค้า หลายธุรกิจประสบความล้มเหลวในการดึงลูกค้าครั้งแรกมาซื้อของพวกเขาอีกครั้งเพียงเพราะละเลยที่จะให้บริการหลังการขายที่ดี

 

       แม้แต่เราเอง เราก็เลือกซื้อสินค้ากับคนที่เราไว้ใจได้ ซึ่งถ้าไม่ใช่กูรูที่รู้จริง อย่างน้อยเราก็ขอซื้อกับคนที่เราสนิทสักหน่อยก็ยังดี (เพราะหลังการขายไปแล้วเราอาจต้องกลับไปพึ่งเข้าสักวัน) การติดต่อพูดคุยอย่างต่อเนื่องจึงเป็นอีกเรื่องที่มีบทบาทสำคัญ ซึ่งเมื่อรวมไปถึงความพยายามในการเข้าไปให้ถึงต้นตอ คือผู้ที่มีอำนาจในการซื้อ ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น สิ่งเหล่านี้กลายเป็นภาระอันใหญ่หลวงที่ดูจะทำให้ฝ่ายขายของเราต้องทำงานอย่างหนักหน่วงได้ตลอดปีเลย

 

       จากทั้งหมดนี้ เราจึงพูดได้อย่างเต็มปากว่าการเลือกเป้าหมายให้ถูกต้องและปรับจำนวนลูกค้าที่ต้องดูแลให้เหมาะสมจะช่วยให้การทำงานของทีมขายราบรื่นขึ้น และตรงไปยัง Sales Lead ที่เราสามารถขายสินค้าได้จริงๆ ซึ่งน่าจะยังผลให้ต้นทุนโดยรวมต่ำลง และทีมขายได้ใช้เวลาและสร้างผลกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างแน่นอน

 

 

 

 

Credit : Incquity.com

โดย :
 2333
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

E-Marketing คือ การทำการตลาดรูปแบบใหม่ โดยมีการใช้อุปกรณ์เครื่องมือ electronic ที่มีความทันสมัยในปัจจุบันมาเป็นตัวช่วย ทำให้สะดวกในการเป็นสื่อกลาง
รู้จักประเภทและความหมายในการลงโฆษณาบน Facebook สำหรับคนที่ใช้งาน Facebook ก็คงจะชินกับโฆษณาในรูปแบบต่างๆ ที่แสดงอยู่ในหน้าจอ News Feed และด้านข้างของหน้าจอ แต่จริงๆ แล้วนั้นทาง Facebook
หลังจากลูกค้ากลับไปแล้ว การส่งคำขอบคุณกลับไปผ่านทางการ์ด จดหมาย หรือแม้แต่อีเมล สามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้ามากขึ้นได้ ลองนำเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไปใช้ทำคะแนนเพิ่มดู

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์