5 เคล็ดไม่ลับในการทำการตลาดโดยใช้ Email

5 เคล็ดไม่ลับในการทำการตลาดโดยใช้ Email

 

5 เคล็ดไม่ลับในการทำการตลาดโดยใช้ Email

 

 

       ถึง 93% ของนักการตลาดรุ่นใหม่ในปัจจุบันจะเริ่มนำเสนอ Social Media เป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำธุรกิจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการส่งอีเมลเพื่อหาลูกค้า ยังคงเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ใช้ในทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพในอัตราค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน

 

       ทว่าวิธีในในปัจจุบันซึ่งสาเหตุที่ทำการตลาดโดยการโฆษณามักไม่ค่อยประสบความสำเร็จเป็นเพราะว่าวิธีนี้ไม่สามารถใช้ติดตามลูกค้าได้ ซึ่งเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครที่จะสนใจในเนื้อหาของโฆษณาจริงๆ บ้าง ทำให้วิธีนี้อาจเป็นการเสียค่าใช้จ่ายอย่างสิ้นเปลืองไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่การใช้วิธีส่งอีเมลนั้นเป็นวิธีที่สามารถติดตามและดูผลตอบรับจากลูกค้าได้ ซึ่งนอกจากจะไม่ต้องเสียค่าโฆษณาแพงๆ แล้ว ผลของการใช้วิธีนี้ยังสามารถวัดค่าผลต่างๆ เพื่อไปนำข้อมูลไปทำการวิเคราะห์ต่อได้อีกด้วย และด้านล่างนี้คือ 7 กลเม็ดเคล็ดไม่ลับในการส่งอีเมลทำการตลาดได้อย่างประสิทธิภาพ

 

1. รู้จักกลุ่มเป้าหมาย

 

       ยิ่งเรารู้จักลูกค้าเรามากเท่าไร ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้วิธีส่งอีเมลเท่านั้น การรู้ลักษณะนิสัยหรือพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการของเราจะช่วยส่งผลให้จดหมายแต่ละฉบับได้รับความสนใจจากผู้รับได้มากกว่าปกติ เพราะข้อมูลต่างๆ เช่น อาชีพ ก็จะสามารถทำให้เรารู้ช่วงเวลาคร่าวๆ ว่าคนกลุ่มนี้จะเข้ามาเช็คเมลเวลาใดบ้าง และสนใจในสินค้าและบริการประเภทใดของเรา ซึ่งการใช้วิธีนี้อาจเสียเวลาในการวิเคราะห์ลักษณะลูกค้าสักหน่อย แต่รับรองได้ว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากกว่าส่งจดหมายแบบกระจายตามใจเป็นร้อยๆ ใบอย่างแน่นอน

 

 

 

 

2. ส่งอีเมลอย่างต่อเนื่อง

 

       ลักษณะของคนส่วนมากที่ใช้อีเมลนั้นมักจะส่งไปเพียงหนึ่งฉบับแล้วก็ไม่ส่งไปอีกเลย ดังนั้นเพื่อให้ได้ชัยชนะในการแข่งขันกับคู่แข่งของเราแล้ว เราควรที่จะส่งอีเมลอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยๆ 3 ฉบับต่อหนึ่งแคมเปญ ซึ่งถ้ามีคนสนใจติดต่อกลับมาก็ก็ลงชื่อพวกเขาเอาไว้ในลิสท์ของคนที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าได้เลย และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้จดหมายแต่ละฉบับ เราจึงไม่ควรใช้วิธีส่งเนื้อความเดิมๆ เหมือนฉบับก่อนๆ แต่ใช้วิธีเขียนอีเมลขึ้นมาใหม่แต่ให้อ้างอิงจากอีเมลฉบับก่อนๆ ที่เราเคยส่งไปแล้วแทน

 

3. เฝ้าติดตามและดูผล

 

       การติดตามผลตอบรับจากลูกค้าถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนากระบวนการส่งอีเมลได้เป็นอย่างดี วิธีที่ง่ายที่สุดในของวิธีนี้คือการลองใช้ชื่ออื่นๆ และเบอร์โทรอื่นๆ นอกเหนือจากข้อมูลที่เคยใช้ส่งไปแล้ว ด้วยใจความหลักที่เหมือนกันแต่ใช้รูปแบบการนำเสนอและเนื้อหาที่ต่างกันออกไป เพื่อดูผลตอบรับจากลูกค้าว่าอีเมลรูปแบบไหนที่ได้ผลตอบรับที่ดีกว่าและแบบใดที่ดึงความสนใจจากลูกค้าได้มากกว่าหรือเราอาจใช้วิธีส่งอีเมลอื่นๆ ไปเพื่อทำแบบสอบถามว่าลูกค้ารู้จักกับองค์กรเรามากน้อยเพียงใดและมีความคิดเห็นอย่างไรกับธุรกิจของเรา

 

4. หัวข้ออีเมลคือหัวใจสำคัญ

 

       คนส่วนใหญ่ที่ตกหลุมพรางกับโฆษณาตามสื่อต่างๆ มักเกิดจากข้อความชวนเชื่อที่น่าสนใจ การทำการตลาดด้วยอีเมลก็ไม่ต่างกัน เพราะผู้อ่านหรือลูกค้ามักจะสะดุดตากับหัวข้ออีเมลก่อนเสมอ ซึ่งถ้าข้อความเหล่านี้ไม่มีความน่าสนใจก็ไม่น่าแปลกใจถ้าลูกค้าจะมองผ่านไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคนส่วนใหญ่นั้นไม่ค่อยให้ความสนใจกับโฆษณาทั้งหมดในแต่ละวัน

 

       ดังนั้นวิธีสะกิดเรียกความสนใจจากคนเหล่านี้ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เราต้องใช้คำหรือประโยคที่สร้างความเชื่อมโยงระหว่างสินค้าและการบริการของเราให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย หรือเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ เช่น คุณกำลังประสบปัญหา…นี้อยู่ใช่ไหม? เป็นต้น ซึ่งเวลาคิดหัวข้อของอีเมลนั้น เราควรเขียนทุกสิ่งทุกอย่างที่เราคิดได้ทั้งหมดลงไปก่อน และการใช้ภาษารวมถึงชื่อของอีเมลนั้นมีผลอย่างมาก ควรใช้ภาษาที่ค่อนข้างทางการและไม่มีข้อความที่ดูโอเวอร์เกินไปจนไม่น่าเชื่อถือ ส่วนชื่ออีเมลนั้นก็ใช้อีเมลของบริษัทจริงๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขี้น โดยจากผลสำรวจแล้วพบว่าข้อความในโฆษณาส่วนมากผ่านกระบวนการคิดและคัดเลือกมาจากข้อความเกินกว่า 100 ข้อความก่อนที่จะเลือกอันที่ดีที่สุดมาใช้เลยทีเดียว นั่นเป็นเพราะหัวข้อเป็นส่วนที่สำคัญมากในการขาย ซึ่งถ้าเราไม่สามารถดึงความสนใจลูกค้าจากข้อความบนหัวข้อได้ก็คงไม่มีทางที่จะทำให้ผู้อ่านพยายามเปิดเนื้อหาข้างในมาอ่านเพิ่มอย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

 

5. ลดเวลาด้วยการใช้ระบบอัตโนมัติ

 

       เช่นเดียวกับที่เราคงไม่สามารถมานั่งแปะแสตมป์ ปั๊มตราและเขียนที่อยู่ลงในซองจดหมายทุกๆ ฉบับได้ การใช้อีเมลที่เราคงต้องเสียเวลาเป็นอย่างมากที่จะต้องส่งอีเมลถึงลูกค้าแต่ละคนทีละฉบับ ดังนั้นระบบอัตโนมัติจึงช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ไม่ยาก ซึ่งระบบเหล่านี้ยังช่วยในการเก็บข้อมูลของอีเมลเข้า-ออก มีอีเมลกี่ฉบับได้รับการตอบรับมาจากผู้รับบ้าง และยังบอกได้อีกว่ามีอีเมลอีกกี่ฉบับที่สามารถเปลี่ยนสถานะจากเพียงผู้รับมาเป็นลูกค้าชั้นดีได้บ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามรถนำมาใช้ช่วยวิเคราะห์การทำการตลาดได้มากมาย เช่น การหารูปแบบที่ดีที่สุดของอีเมลที่ส่งให้ลูกค้า หรือแม้แต่ช่วงเวลาในการส่งจดหมายเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย โดยตัวอย่างเว็บไซต์ที่ช่วยในการส่งอีเมลอัตโนมัตินี้ได้แก่ www.click2mail.com และ www.yellowlettermail.com เป็นต้น ซึ่งทั้งสองเว็บที่ว่ามามีให้เปิดทดลองให้ใช้ฟรีกันก่อนที่จะสมัครใช้บริการจริงๆ กันด้วย

 

 

 

 

 

 

       การทำการตลาดถือเป็นส่วนที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ มีบริษัทมากมายที่มีสินค้าและการบริการที่ดีแต่กลับต้องปิดลงไปอย่างน่าเสียดายเพราะทำการตลาดไม่เป็น หรือมีบางแห่งที่คิดว่าการทำการตลาดมักต้องใช้ทุนที่สูงเสมอเลยไม่ได้เริ่มต้นที่จะทำ ซึ่งวิธีการส่งเมลแบบนี้ถือเป็นอีกวิธีง่ายๆ และยังประหยัดต้นทุนในการทำการตลาดได้มาก แต่ในเมื่อจะใช้แล้วก็ควรรู้หลักการใช้สักหน่อยว่าแบบไหนที่จะให้ผลดีที่สุด การส่งอีเมลแบบกราดให้หลายๆ คนนั้นอาจได้แค่เชิงปริมาณ ต่างกับการคัดกรองแล้วเลือกส่งเพื่อให้ได้ผลที่น่าพอจริงๆ

 

 

 

 

Credit : INCquity

 987
ผู้เข้าชม
คะแนน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในชีวิตปัจจุบันของเราเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำการสนทนาให้เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้การพิมพ์ข้อความ? อย่างการ เปิดเว็บ ส่งอีเมล์ ตอบอีเมล์ ทวีตข้อความ หรือคุยกันผ่าน Facebook ฯลฯ ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้เรายังคงจะสื่อสารกันทั้งเรื่องงานและชีวิตได้ไหม?
แม้ว่าปัจจุบันนักการตลาดจะชอบทำกิจกรรมบนโลกโซเชียลเนคเวิร์กเหลือเกิน แต่อย่างไรเสีย อีเมล์มาร์เกตติ้งก็ยังไม่มีวันตายตราบเท่าที่ลูกค้ายังคงเช็คเมล์เป็นกิจวัตรและยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่นักการตลาดสามารถติดต่อกับลูกค้าของพวกเขาได้โดยตรง
ยุคนี้เป็นยุคที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นปัจจัยสำคัญ การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นตัวสื่อสารทางการตลาดก็ถือว่าเป็นสิ่งที่นิยมมากในสังคมเราเช่นกัน และสิ่งที่มาแรงที่สุดในขณะนี้คือการใช้ E-mail ในการติดต่อสื่อสารและทำการค้าต่างๆ
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์