Responsive Web Design การออกแบบเว็บไซต์แนวใหม่ที่กำลังมาแรง

Responsive Web Design การออกแบบเว็บไซต์แนวใหม่ที่กำลังมาแรง



Responsive Web Design  คือการออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับขนาดหน้าจอสำหรับอุปกรณ์ทุกชนิด ตั้งแต่ คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดจอหลากหลาย ไปจนถึง Tablet ซึ่งมีมาตรฐานของขนาดหน้าจอที่แตกต่างกัน และโทรศัพท์มือถือ Smart Phone ต่างๆ พูดได้ว่าออกแบบครั้งเดียวสามารถใช้ได้กับทุกหน้าจอกันไปเลย


บอกแบบนี้อาจจะงงๆ กัน งั้นลองดูตัวอย่างกันก่อน

รูปด้านบนนี้เป็นตัวอย่างการแสดงผลบนหน้าจอของแต่ละอุปกรณ์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าหน้าเว็บไซต์จะปรับการแสดงผลให้อย่างเหมาะสมตามชนิดของอุปกรณ์ สามารถอ่านข้อมูลบนเว็บง่ายกว่าการออกแบบเว็บไซต์แบบเดิมที่คนเปิดเว็บกับมือถือต้องใช้วิธีการซูมหรือเลื่อน scroll ไปทางซ้าย/ขวาเพื่ออ่านข้อมูลให้ครบทั้งหน้าเว็บ ในขณะที่ถ้าเราออกแบบโดยใช้หลักการ Responsive Web Design เราก็จะออกแบบเพียงครั้งเดียว คนที่ดูเว็บจากอุปกรณ์ Tablet / Smart Phone ก็เพียงแค่ scroll ขึ้นลงเพื่ออ่านข้อมูลเท่านั้น แถมได้หน้าเว็บที่สวยและเหมือนกันบนอุปกรณ์ทุกชนิดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การออกแบบของ Responsive Web Design ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น

1. เว็บไซต์จะต้องไม่เป็น Flash  อันที่จริงก็ไม่น่าจะมีปัญหาไหม เพราะสมัยนี้นิยมออกแบบเว็บไซต์แบบไม่ใช้  Flash เพราะนอกจากจะมีปัญหาเรื่องของการโหลดหน้าเว็บช้าแล้ว แล้วยังทำ SEO ยาก แถมปัจจุบันนี้อุปกรณ์ Tablet กับ Smart Phone ยอดนิยมอย่าง iPAD iPhone ก็ไม่รองรับการใช้งาน Flash

2. ข้อจำกัดของการออกแบี่ต้องวาง layout เป็นบล็อกๆ แต่ถ้าอยากทำให้เจ็งกว่านั้นก็คงต้องใช้พลังภายในของ web designer และ web programer มากหน่อย

3. โปรแกรมมิ่งก็ใช้ HTML5 / CSS3

4. ต้องมีการออกแบบที่ดีตั้งแต่แรก เพราะถ้าออกแบบผิดชีวิตก็พัง มันแก้ไขยุ่งยากมากกกก ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับคนที่รับงานเว็บแล้วลูกค้ามีการแก้ไข layout บ่อยๆ

หลังจากทำเสร็จแล้วอย่าลืมทดสอบดูกับทุกอุปกรณ์ด้วยนะคะ เดี๋ยวเอาไปโชว์เขาแล้วไม่เป็นอย่างที่คิดไว้จะหน้าแตกกลับมาได้ 


       สรุปว่า การออกแบบเว็บไซต์ตามหลัก Responsive Web Design เป็นอีกเรื่องที่คนทำเว็บอย่างเราๆ ควรจะศึกษาไว้ และใช้กับงานเว็บไซต์ให้เหมาะสม ซึ่งในปัจจุบันเมืองนอกเขาก็จะมีเว็บไซต์ที่ออกแบบแนวนี้อยู่หลายเว็บ อันที่จริงพี่ไทยเราที่เก่งๆ ก็มีหลายเว็บนะที่ทำแบบนี้ รวมถึงพวก Theme ของ CMS อย่าง WordPress ก็มีให้เลือกซื้อเลือกโหลดกันเยอะ ลองศึกษากันดูนะคะ วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ก่อน เอาใจช่วยคนทำเว็บทุกคนค่ะ ใครมีคำแนะนำเพิ่มเติม แลกเปลี่ยนกันนะคะ



ที่มา:

โดย :
 1542
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

Social Listening หรือ Social Monitoring คือการเฝ้าดูและติดตามว่าแบรนด์ หรือสินค้า หรือบริษัทถูกพูดถึงอย่างไรบนโซเชียลมีเดียต่างๆ เพราะปัจจุบันการสื่อสารบนโซเชียลมีเดียเป็นไปอย่างกว้างขวาง และสามารถเข้าถึงได้ง่าย การที่มีการพูดถึงสินค้า หรือพูดถึงบริษัทของเรานั้น จะส่งผลทั้งดีและร้ายให้กับเราโดยตรง เมื่อมีคนพูดถึงสินค้าของเราในด้านดี ผู้คนบนโซเชียลมีเดียก็จะได้มุมมองในทางบวกต่อสินค้าของเราไปด้วย
หากเอ่ยถึงคำว่า Daily Deals หลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกับคำนี้กันแล้ว และด้วยความที่ราคาของแต่ละดีลที่เราเห็นกันมันช่างเย้ายวนใจชวนให้เสียเงินเหลือเกิน
เราอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่า Content Marketing คือการนำเสนอเนื้อหาผ่านในรูปแบบของ บทความ, infographic, วิดีโอ และ social media แล้วการนำเสนอเนื้อหาแบบ Content Marketing มันแตกต่างกับแบบอื่นอย่างไร วันนี้เรามาดูทำความรู้จักเครื่องมือนี้กัน...

Feature SoGoodWeb

เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
Omise คือ ระบบรับชำระเงินออนไลน์ด้วยการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต และบัตรเดบิตบนหน้าเว็บไซต์ เป็นตัวช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการชำระค่าบริการ ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัยให้ทั้งร้านค้า และผู้ใช้บริการ
ระบบร้านค้าออนไลน์ SoGoodWeb รองรับการจัดส่ง Lalamove ส่งสินค้าให้ง่ายขึ้นด้วย Lalamove ผู้ให้บริการขนส่งสินค้า ที่สามารถจัดส่งสินค้าให้คุณได้ "ทุกอย่าง" ที่คุณต้องการ เหมาะกับทุกสินค้า ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า, ของใช้, อุปกรณ์จัดสวน เป็นต้น
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์