5 ขั้นตอนเมื่อซื้อ-ขาย ออนไลน์แล้วโดนโกง ต้องทำอย่างไร

5 ขั้นตอนเมื่อซื้อ-ขาย ออนไลน์แล้วโดนโกง ต้องทำอย่างไร


ยุคที่มีเทคโนโลยีเฟื่องฟู สิ่งอำนวยทางออนไลน์หลากหลาย ทำให้ในปัจจุบันมีร้านค้าต่างๆ และมีการซื้อ-ขาย บนโลกออนไลน์เพิ่มเป็นจำนวนมาก โดยมีข้อดีอยู่มากมาย แต่อย่างไรก็ตามการซื้อ-ขาย บนโลกออนไลน์ที่ง่าย ก็ยังคงมีช่องโหว่ ให้ผู้ไม่หวังดี หรือมิจฉาชีพมักจะแฝงตัวเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากผู้ที่ซื้อ-ขายทางออนไลน์


1. เก็บหลักฐาน ข้อมูล ให้มากที่สุด : หากรู้ตัวแล้วว่าโดนมิจฉาชีพหลอกให้ทำการรีบเก็บรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด เช่น ภาพหน้าร้านเพจ, โปรไฟล์ของพ่อค้าแม่ค้าหรือผู้ขายสินค้า, โพสต์, ที่ประกาศขายสินค้า, แชท, ข้อความการพูดคุย, บัญชีธนาคาร, ธนาคารที่โอนเงินไป, สลิป และ การโอนเงินชำระค่าสินค้า

2. นำหลักฐาน ไปแจ้งความทันที และแจ้งธนาคาร : หลักฐานทั้งหมดสามารถรวบรวม และนำไปที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน โดยจะต้องเตรียมเอกสารประกอบการแจ้งความไปด้วย พร้อมกับสำเนาบัตรประชาชนผู้เสียหาย เพื่อออกใบแจ้งความ และคดีความจะมีอายุไขทั้งหมด 3 เดือน และประสานงานกับธนาคารต้นทาง และปลายทางเพื่อระงับหรืออายัติ แจ้งเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทางธนาคารได้ช่วยเราติดตามมิจฉาชีพได้ไวขึ้น

3. ประสานงาน ติดต่อแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ : หากในธุรกรรมของเรามีการ ซื้อ-ขาย ผ่านแพลตฟอร์มที่เป็นหลักแหล่ง เชื่อถือได้ ให้เรานำหลักฐานการแจ้งความ เพื่อแจ้งประสานงานขอข้อมูลมิจฉาชีพ ที่ใช้ทำการสมัคร เพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ ในการตามตัวได้ เช่น IP Address (หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายสามารถบอกได้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่ที่ไหน), การยืนยันตัวตน และอื่นๆ จากผู้บริการเว็บไซต์นั้นๆ

4. นำหลักฐานที่ได้เพิ่มเติม ไปดำเนินการต่อ : หากได้หลักฐานเพิ่มเติม เช่น ใบหน้า และข้อมูลของการยืนยันตัวตน ก็สามารถไปแจ้งยังสถานีตำรวจเพื่อดำเนินการต่อได้ทันที หรือเลข IP Address ก็สามารถนำไปยื่น ISP (หน่วยงานที่ให้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต) ของ IP Address นั้นๆ พร้อมกับใบแจ้งความ เพื่อรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์มือถือ เบอร์โทรศัพท์บ้าน และ ชื่อ-นามสกุล 

5. ส่งข้อมูลที่ได้เพิ่มมาให้กับตำรวจ เพื่อตามตัว : ถ้าได้ข้อมูลทั้งหมดแล้ว ให้นำหลักฐานส่งต่อกับทางตำรวจเพื่อประสานงานออกหมายเรียก ตามตัว หรือหมายศาลไปยังมิจฉาชีพ เพื่อดำเนินคดีความในลำดับต่อไป

ซึ่งหากตามตัวมิจฉาชีพได้แล้ว ทางผู้ต้องหาจะโดนดำเนินคดีความทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ต ในกฎหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 วรรค 1 มีเนื้อหาดังนี้ “การนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชนเอาผิดตามกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ได้” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท













ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กองบังคับการปราบปราม , thairath.co.th

โดย :
 1932
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

Google Font API เป็นบริการใหม่ของกูเกิ้ล โดยเป็นบริการที่อนุญาตให้ ใช้ฟ้อนต์ที่โฮสต์อยู่บนกูเกิ้ลในเว็บไซต์เรา ระบบนี้ใช้ Javascript และ CSS ในการแสดงฟ้อนต์
เคยไหมค่ะ เวลาที่เราไปสถานที่หนึ่ง แล้วอยากได้พิกัดของสถานที่นั้นๆ เพื่อเอาไปใช้กับงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ให้เพื่อนๆ ตามมาโดยสะดวก หรือเพื่อปักหมุดเก็บไว้ใช้ในกรณีอื่นๆ วันนี้ทีมงานSoGoodWeb มีวิธีการง่ายๆ ที่จะดูพิกัดจากระบบ Android โดยไม่ต้องพึ่ง App เสริมใดๆ มาฝากกันค่ะ เพียงคุณใช้โปรแกรม Google Map ที่ติดมากับเครื่อง แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้ค่ะ
การทำ Responsive device ด้วย ฺBootstrap grid system เพื่อให้ตอบสนองต่อการแสดงผลผ่านอุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น การแสดงผลผ่านคอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต, สมาร์ทโฟน

Feature SoGoodWeb

เจาะลึกระบบหลังบ้าน SoGoodWeb มาดูวิธีใช้ระบบแจ้งเตือนแบบ Third-Party และ Email Notification เพื่อช่วยจัดการร้านค้าและอำนวยความสะดวกให้คุณไม่พลาดทุกยอดขาย
SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์