GDPR ต่างกับ PDPA ยังไง?

GDPR ต่างกับ PDPA ยังไง?



GDPR (General Data Protection Regulation) และ PDPA (Personal Data Protection Act) เป็นกฎหมายที่มีจุดประสงค์คล้ายกันในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้:

1. ขอบเขตการบังคับใช้

GDPR เป็นกฎหมายของสหภาพยุโรป (EU) ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2018 ใช้กับองค์กรใน EU และองค์กรนอก EU ที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลใน EU มีอิทธิพลระดับโลกเพราะบริษัทต่างประเทศหลายแห่งที่มีธุรกิจในยุโรปต้องปฏิบัติตาม
PDPA เป็นกฎหมายของประเทศไทย มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2022 ใช้กับองค์กรในประเทศไทยและองค์กรต่างประเทศที่ประมวลผลข้อมูลของบุคคลในประเทศไทย


2. นิยามข้อมูลส่วนบุคคล

GDPR ครอบคลุมข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ อีเมล IP Address และข้อมูลทางชีวภาพ (เช่น ลายนิ้วมือ)
PDPA คล้ายคลึงกับ GDPR แต่มีการขยายขอบเขตไปถึง "ข้อมูลเฉพาะเจาะจง" เช่น ข้อมูลทางพันธุกรรมหรือข้อมูลทางสุขภาพ


3. ฐานทางกฎหมาย (Legal Basis)

GDPR มี 6 ฐานในการประมวลผลข้อมูล เช่น การให้ความยินยอม สัญญา การปฏิบัติตามกฎหมาย
PDPA มีฐานคล้ายกับ GDPR แต่มีข้อยกเว้นเพิ่มเติม เช่น การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐกิจหรือความมั่นคง



4. การให้ความยินยอม (Consent)

GDPR ต้องได้รับความยินยอมที่ชัดเจนและสามารถเพิกถอนได้ การให้ความยินยอมต้องมาจากการกระทำที่ชัดแจ้ง เช่น การคลิก "ยอมรับ"
PDPA การให้ความยินยอมมีความเข้มงวดน้อยกว่าในบางกรณี เช่น การใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์สาธารณะ


5. บทลงโทษ

GDPR ค่าปรับสูงสุด 20 ล้านยูโร หรือ 4% ของรายได้ทั่วโลกของบริษัท แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า
PDPA ค่าปรับสูงสุด 5 ล้านบาท และอาจมีบทลงโทษทางแพ่งและอาญา


6. หน่วยงานกำกับดูแล

GDPR แต่ละประเทศใน EU มีหน่วยงานกำกับดูแลของตนเอง (Data Protection Authority)
PDPA มีคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Committee) เป็นผู้กำกับดูแล


สรุป
GDPR และ PDPA มีพื้นฐานที่คล้ายกันแต่มีความแตกต่างในด้านขอบเขตการบังคับใช้ รายละเอียดการปฏิบัติตาม และบทลงโทษ หากองค์กรของคุณต้องปฏิบัติตามทั้งสองกฎหมาย ควรปรับนโยบายการจัดการข้อมูลให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทั้งสองเพื่อป้องกันความเสี่ยง.
โดย :
 2785
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เว็บไซต์สำเร็จรูป คือแพลตฟอร์มหรือเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างและจัดการเว็บไซต์ของตัวเองได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้หรือทักษะในการเขียนโค้ดโปรแกรม
การใช้คีย์ลัดบนแป้นคีย์บอร์ดของเราเป็นส่วนหนึ่งที่ ช่วยอำนวยความสะดวกได้มากแต่ในบางกรณีความสะดวกสบายเหล่านี้กลับต้องแลกมาด้วยความไม่ปลอดภัย
การทำการตลาดผ่านคอนเทนต์ในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ส่งผลให้หลายแบรนด์เลือกที่จะสร้างคอนเทนต์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค ซึ่งการที่จะสร้าง Content ให้ออกมาดีนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการเขียน หรือการผลิตเนื้อหาที่ดี แต่ต้องผ่านการวางแผน คิด วิเคราะห์ กว่าจะได้มาแต่ละครเทนต์ที่มีประสิทธิภาพนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า สร้าง Content Marketing ให้ช้าลง ก็จะได้มาซึ่งประสิทธิภาพของคอนเทนต์นั่นเอง ถึงแม้ว่าวิธีที่คุณกำลังทำอยู่จะแตกต่างจากท้องตลาดทั่วไป แต่ 5 วิธีที่เราได้นำมาฝากในวันนี้จะทำให้การทำคอนเทนต์ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Feature SoGoodWeb

เจาะลึกระบบหลังบ้าน SoGoodWeb มาดูวิธีใช้ระบบแจ้งเตือนแบบ Third-Party และ Email Notification เพื่อช่วยจัดการร้านค้าและอำนวยความสะดวกให้คุณไม่พลาดทุกยอดขาย
SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์