ประโยชน์ของ Google Search Console

ประโยชน์ของ Google Search Console



Google Search Console คือเครื่องมือสำหรับตรวจสอบ ติดตาม และปรับปรุงการแสดงผลของเว็บไซต์บน Google Search

ประโยชน์ของ Google Search Console

1. ดู Performance แบบลึกและชัด

คุณจะรู้ว่าแต่ละคีย์เวิร์ดทำงานยังไง คนพิมพ์หาอะไรแล้วมาเจอเว็บคุณ มี impressions กี่ครั้ง คลิกกี่ครั้ง CTR ดีไหม ตำแหน่งเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณปรับเนื้อหาได้ตรงเป้าขึ้นแบบจับต้องได้จริง

2. แจ้งปัญหาที่ขวางการติดอันดับ

ถ้า Google มองว่าเว็บไซต์คุณมีหน้าไหนโหลดช้า พัง ไม่ถูก index หรืออ่านโค้ดไม่รู้เรื่อง GSC จะแจ้งเตือนทันที เหมือนมีระบบเตือนภัยคอยบอกว่า “เฮ้ ระวังนะ หน้านี้กำลังตกหล่นจากสายตาคนเสิร์ช!”

3. ตรวจสอบ Indexing

อยากรู้ว่า Google เก็บหน้าไหนเข้าคลังบ้าง หน้าไหนถูกปฏิเสธ หน้าไหนกำลังรอคิว ตรวจได้หมด พร้อมปุ่ม “Request Indexing” ให้รีบกระตุ้นหุ่นยนต์ Google ให้มาดูหน้าใหม่ของเราทันที

4. เข้าใจความสัมพันธ์ของ Website กับ Google

คุณจะเห็นแผนผังลิงก์ภายใน ลิงก์ภายนอก แหล่งที่มาใครอ้างอิงใครบ้าง เป็นเหมือนระบบแผ่นดินไหวของลิงก์ ช่วยให้รู้ว่าหน้าไหนในเว็บคุณเป็นดาวเด่นหรือดาวเงียบ


ฟีเจอร์สำคัญที่ควรรู้

• Performance

แดชบอร์ดหัวใจของ GSC แสดงยอดคลิก ยอดแสดง ผลการค้นหา คำค้นหา อุปกรณ์ที่ใช้ ประเทศ ชนิดผลลัพธ์ ฯลฯ

• URL Inspection

ปุ่มส่องการทำงานของหน้าเว็บแบบจุดต่อจุด
ดูได้ว่า Google เห็นหน้าเรายังไง อ่านได้ไหม เจอปัญหาอะไร แล้วควรแก้อะไร

• Index Coverage

รายงานสถานะหน้าเว็บทั้งหมดในไซต์ แจ้งข้อผิดพลาด ครบถ้วน ชัดเจน

• Sitemap

ส่งแผนที่เว็บไซต์ให้ Google ตามเก็บทุกหน้าไป index ช่วยให้เว็บถูกอ่านเร็วขึ้น

• Experience

เช็ก Core Web Vitals ประสบการณ์ผู้ใช้ ความเร็ว ความเสถียรของหน้าเว็บ

โดย :
 294
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในการศึกษาเช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สถาบันการศึกษาทั่วโลกต่างพากันลงทุนจำนวนมากกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างช่องทางให้ผู้เรียนเข้าถึงหลักสูตรต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น แน่นอนว่าแนวโน้มการศึกษาในปี 2017 จะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี "ประชาชาติธุรกิจ" จึงรวบรวมแนวโน้มการศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไว้ดังนี้ เยสคอร์ส (YesCourse) ผู้สร้างแพลตฟอร์มการกระจายการศึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้สถาบันการศึกษาทั่วโลกได้ขายหลักสูตรการศึกษาออนไลน์ของตน โดยปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 3,500 สถาบันการศึกษาระบุว่า ในปีที่ผ่านมาการศึกษาออนไลน์ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาอย่างมาก และเป็นตัวเสริมให้การศึกษาแบบดั้งเดิมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนจากทุกที่ แต่ในปี 2017 ระบบการเรียนออนไลน์แบบเสมือนจริง Virtual Reality (VR) จะกลายเป็นกระแสหลักมากขึ้น ซึ่งเราอาจได้เห็นและได้ยิน VR ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ มาแล้ว เช่น การบิน การทหาร และเกม แต่ในอนาคต VR จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพราะเป็นเครื่องมือที่จะสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดการรับรู้และตื่นตัวในการเรียนรู้มากขึ้น แนวโน้มต่อมา คือ Cloud Migration หรือการเคลื่อนย้ายฐานข้อมูลต่าง ๆ สู่คลาวด์ ซึ่งสถาบันการศึกษานำข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงระบบไอทีของตนเองสู่ระบบคลาวด์มากขึ้นทุกวัน เพราะเป็นหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่ลดความยุ่งยากในการติดตั้ง การดูแลระบบ ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายเอง ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต จัดการบริหารทรัพยากรของระบบ และสามารถแบ่งทรัพยากรร่วมกันได้ง่าย อีกหนึ่งแนวโน้มที่ YesCourse พูดไว้ คือ การวิเคราะห์เชิงทำนาย (Predictive Analytics) และการเรียนเชิงทำนาย (Predictive Learning) ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่ผู้เรียนมีการโต้ตอบกับโปรแกรมการศึกษาออนไลน์ พวกเขาทิ้งรอยดิจิทัลไว้ (Digital Footprint) สิ่งนี้ทำให้สถานศึกษา และครูผู้สอนสามารถใช้ทำนายเพื่อเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียน และสามารถปรับเปลี่ยนหลักสูตรได้ตรงตามความต้องการของผู้เรียนและเหมาะสม นอกจากนั้นยังเป็นข้อดีต่อการเตรียมความพร้อมของสถาบันการศึกษาในการพัฒนาบุคลากร เตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที ส่วนเว็บไซต์ Pathway to Financial Success บอกว่า แนวโน้มการศึกษาจะเข้าสู่ยุค The Internet of Things (IoT) เพราะอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์โฟน โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ แท็บเลต สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาเรียนรู้มากขึ้นทุกวัน โดยบริษัทการ์ตเนอร์ (Gartner Inc.) ทำนายว่า ในปี 2020 จะมีอุปกรณ์สิ่งของต่าง ๆ เชื่อมต่อกันไม่ต่ำกว่า 20.8 ล้านล้านชิ้นทั่วโลก ดังนั้น รัฐบาลแห่งประเทศอังกฤษจึงทุ่มงบฯลงทุนด้านการวิจัยและศึกษาด้าน IoT ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้เรียนได้รับประโยชน์จาก IoT ได้แก่ ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning), รู้จักการแก้ไขปัญหาโดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-based Learning), กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองและยั่งยืน (Self-directed Learning), ส่งเสริมเรียนรู้ผ่านพหุประสาทสัมผัส (Multisensory Learning), สร้างความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ (Gender Equality) และสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ (Creating Smart Classroom) นอกจากนั้น Real-World Case Studies หรือกรณีศึกษาจากโลกแห่งความจริงจะเข้มข้นมากขึ้นในทุกวิชา เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้เรียน และเห็นภาพได้ชัดเจนกว่าข้อมูลในตำรา กรณีศึกษาในโลกแห่งความจริงยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนต้องการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน ในขณะที่ "บิล เกตส์" นักธุรกิจชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ และเป็นผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลวิเคราะห์ไว้ว่า ค่าใช้จ่ายการศึกษาจะน้อยลงและทุนการวิจัยจะมากขึ้น "เป็นที่รู้กันว่างานวิจัยเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนา และการต่อยอดการศึกษา แต่ที่ผ่านมานักวิจัยหลายคนต่างต้องวิ่งเต้นหาทุนวิจัย และหาการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถเรียนได้ฟรีจากระบบการศึกษาที่เรียกว่า MOOCs (Massive Online Open Courses) จึงส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเรียนน้อยลง ผู้เรียนสามารถมีทุนวิจัยของตนเอง" "ขณะเดียวกันสถาบันการศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องจ้างผู้สอนจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องสร้างห้องเรียนหรืออาคารเรียน เพราะสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็
หลังจากที่ Facebook ได้ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ คือให้ผู้ใช้งานสามารถกด Reaction ต่างๆ ในคอมเม้นได้แล้ว โดยสัญลักษณ์แสดงความรู้สึกต่างๆ ก็จะเหมือนกับที่สามารถกดได้ในโพสต์ คือ ถูกใจ (Like), รักเลย (Love), ฮา (Haha), ว้าว (Wow), เศร้า (Sad), และโกรธ (Angry) โดยฟีร์เจอร์ใหม่นี้ได้สร้างสีสันให้กับการใช้ Facebook เป็นอย่างมาก
ก่อนเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการตลาดผู้บริโภค Facebook นั้น Rebecca Van Dyck เคยผลักดันแคมเปญดังระดับโลกให้ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Apple เป็นผู้ดูแลโครงการ Nike "Just Do It"

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์