เข้าใจหลักการทำงานของ Googlebot

เข้าใจหลักการทำงานของ Googlebot



Googlebot ทำงานเหมือนแมงมุมที่คลานไปทั่วอินเทอร์เน็ตเพื่อ ค้นหา (Crawling) หน้าเว็บต่างๆ ผ่านลิงก์, อ่าน/ประมวลผล (Rendering) เนื้อหาและโค้ด (HTML, CSS, JS), จัดเก็บข้อมูล (Indexing) ในฐานข้อมูลของ Google และสุดท้ายนำมา จัดอันดับ (Ranking) เพื่อแสดงผลเมื่อผู้ใช้ค้นหา. หัวใจสำคัญคือการตามลิงก์, อ่านทุกอย่าง, เก็บข้อมูลคุณภาพ, และนำไปจัดเรียงเพื่อเป็นคำตอบแก่ผู้ใช้ 

หลักการทำงานหลัก 4 ขั้นตอน

  1. Crawling (การรวบรวมข้อมูล)
    1. Googlebot เริ่มจากรายชื่อ URL ที่มีอยู่และตามลิงก์ (, ) ไปยังหน้าเว็บใหม่ๆ

    2. มันจะอ่านเนื้อหาทั้งหมด ทั้งข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอ, และลิงก์ภายในและภายนอก

    3. ใช้ Sitemap และลิงก์ภายในเป็นเส้นทางเพื่อให้ค้นพบหน้าเว็บได้ง่าย

  2. Rendering (การแสดงผล)
    1. หลังจากได้ข้อมูลแล้ว Googlebot จะประมวลผลโค้ด (HTML, CSS, JavaScript) เพื่อ "เห็น" หน้าเว็บในรูปแบบที่ผู้ใช้เห็น (เหมือนการเรนเดอร์ภาพ)

    2. ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะจะประเมินประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience)

  3. Indexing (การจัดทำดัชนี)
    1. เนื้อหาที่ถูกรวบรวมและประมวลผลจะถูกจัดเก็บในดัชนี (Index) ขนาดใหญ่ของ

    2. นี่คือคลังข้อมูลที่ Google ใช้ดึงผลลัพธ์การค้นหาออกมา.

  4. Ranking (การจัดอันดับ):
    1. เมื่อผู้ใช้ค้นหา Google จะดึงข้อมูลจากดัชนีมาจัดอันดับตามอัลกอริทึมที่ซับซ้อน

    2. หน้าเว็บที่มีคุณภาพและเกี่ยวข้องกับคำค้นหาจะถูกจัดอันดับสูงขึ้น

สำคัญ:

  • Googlebot จะไม่เข้าถึงหน้าเว็บที่ถูกบล็อกใน txt หรือต้องล็อกอิน

  • คุณภาพของเนื้อหา, ความเร็วเว็บ, และโครงสร้างลิงก์สำคัญต่อการทำงานของ



โดย :
 370
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบัน Social Network (สังคมออนไลน์) มีอิทธิพลและได้รับความนิยมอย่างมากกับโลกออนไลน์ ซึ่ง Facebook เป็น Social Network ที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับ 1 ของโลก โดย Facebook เป็นแหล่งชุมชนของสังคมออนไลน์ เป็นเครื่องมือทำการตลาดที่ดี ต้นทุนต่ำ มีประสิทธิภาพสูง เและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายพร้อมทั้งขยายกลุ่มลูกค้าทั้งใหม่และเก่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว จะเห็นได้ว่าบริษัท ห้างร้านต่างๆ หันมาใช้การตลาดออนไลน์ผ่าน Facebook มากขึ้น
แบรนด์เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสำคัญที่สุดของบริษัท ที่จะบ่งบอกถึงความแตกต่างและโดดเด่นเหนือผู้อื่นในสนามแข่งขัน Logo จึงถูกจัดให้เป็นองค์ประกอบสำคัญของแบรนด์สำหรับองค์กร เพราะโลโก้เป็นตราสัญลักษณ์ของบริษัทที่จะผนวกเอาชื่อและองค์ประกอบสำคัญอื่นๆ ของธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน เป็นภาพกราฟิกที่เป็นตัวแทนของบริษัท โลโก้นั้นคือสิ่งที่จะทำให้มองเห็นความเป็นแบรนด์ และเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ถูกเห็นในตลาดได้ชัดมากที่สุด ตัวอย่างเช่น อักษร “M” ตัวใหญ่ยักษ์ที่มีรูปทรงโค้ง ที่ถูกจดจำว่าเป็นโลโก้ของเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังอย่าง McDonalds หรือภาพผลแอปเปิลที่ถูกกัดก็จะรู้กันในทันทีว่าเป็นโลโก้ของเจ้าแห่งเทคโนโลยีอย่างแอปเปิล โลโก้แบบที่เห็นแล้วรู้ได้ทันทีประเภทนี้เป็นโลโก้ที่ถือว่ายอดเยี่ยม
จากปีที่ผ่านมาอย่างที่รู้กันว่า กระแสการตลาดออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มันแทบเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน จนด้านออฟไลน์ถูดลดทอนความสำคัญลง มาจนถึงปี 2018 นี้ เทรนด์การตลาด O2O จะนำทั้งออนไลน์และออฟไลน์ มาประยุกต์เข้าใช้ด้วยกัน วันนี้ MakeWebEasy จะมานำเสนอ เทรนด์การตลาด O2O ให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์