Website และ Web Application แตกต่างกันอย่างไร?

Website และ Web Application แตกต่างกันอย่างไร?




หลายคนมักใช้คำว่า
Website และ Web Application แทนกัน เพราะทั้งสองอย่างสามารถเปิดใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองมีวัตถุประสงค์และลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

Website คืออะไร?

Website คือเว็บไซต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ นำเสนอข้อมูล ข่าวสาร หรือประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ใช้งานเข้ามาอ่านหรือรับชมเป็นหลัก โดยผู้ใช้งานมักไม่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบกับระบบมากนัก

ตัวอย่างของ Website ได้แก่

  • เว็บไซต์บริษัท
  • เว็บไซต์ร้านอาหาร
  • เว็บไซต์โรงแรม
  • เว็บไซต์ข่าว
  • เว็บไซต์บล็อก
  • เว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการ

หน้าที่หลักของ Website คือการนำเสนอข้อมูล เช่น ประวัติองค์กร รายละเอียดสินค้า เมนูอาหาร โปรโมชั่น ช่องทางการติดต่อ หรือบทความต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้รับข้อมูลที่ต้องการ

จุดเด่นของ Website

  • เน้นการนำเสนอข้อมูล
  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก
  • ค่าใช้จ่ายในการพัฒนามักต่ำกว่า Web Application
  • เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์

Web Application คืออะไร?

Web Application คือโปรแกรมหรือระบบที่ทำงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ โดยผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกับระบบได้อย่างเต็มรูปแบบ เปรียบเสมือนการใช้โปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ แต่ไม่ต้องติดตั้งลงในเครื่อง

ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบ กรอกข้อมูล บันทึกข้อมูล แก้ไขข้อมูล คำนวณ หรือทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ผ่านอินเทอร์เน็ต

ตัวอย่างของ Web Application ได้แก่

  • ระบบสั่งอาหารออนไลน์
  • ระบบจองคิว
  • ระบบ POS (Point of Sale)
  • ระบบจัดการสต๊อกสินค้า
  • ระบบสมาชิก
  • ระบบบัญชี
  • ระบบจัดการพนักงาน
  • ระบบเรียนออนไลน์

Web Application จะเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล ทำให้สามารถจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลได้แบบเรียลไทม์

จุดเด่นของ Web Application

  • ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับระบบได้
  • มีระบบสมาชิกและการเข้าสู่ระบบ
  • เชื่อมต่อฐานข้อมูล
  • รองรับการจัดการข้อมูลจำนวนมาก
  • สามารถพัฒนาให้รองรับการทำงานที่ซับซ้อนได้

Website และ Web Application แตกต่างกันอย่างไร?

แม้ว่าทั้งสองจะเปิดผ่านเว็บเบราว์เซอร์เหมือนกัน แต่แนวคิดในการพัฒนาต่างกันอย่างชัดเจน

Website เปรียบเสมือน โบรชัวร์ออนไลน์ ที่ทำหน้าที่ให้ข้อมูลแก่ผู้เข้าชม ผู้ใช้งานเข้ามาอ่าน ดูรูปภาพ และติดต่อกลับเป็นหลัก

ในขณะที่ Web Application เปรียบเสมือน โปรแกรมที่ทำงานบนเว็บไซต์ ผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบ บันทึกข้อมูล ทำรายการ หรือจัดการข้อมูลต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา

โดย :
 266
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในความท้าทายของการทำ Digital Marketing คือ การขยายฐานตลาดออกไปยังต่างประเทศเพื่อหาลูกค้าใหม่ๆ และเพื่อเพิ่มยอดขายสินค้า – บริการให้ธุรกิจมีกำไรมากขึ้น ซึ่งด้วยความสามารถของ Digital Marketing Platform ต่างๆ ในปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่าการขยายตลาดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ยกตัวอย่างเช่นแพลตฟอร์มของ Google ที่เราจะพูดถึงในวันนี้ก็มีเครื่องมือฟรีมากมายที่นักการตลาดออนไลน์สามารถนำไปใช้ในการศึกษาและนำประยุกต์ใช้ในการวางแผนได้
ไม่แนะนำให้ปล่อยเว็บไซต์ทิ้งไว้โดยไม่ดูแล เพราะแม้ว่าเว็บไซต์จะออนไลน์ได้โดยไม่ต้องอัปเดตบ่อย ๆ แต่ก็มีหลายปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเว็บไซต์
ในยุคของโลกดิจิทัลหลายคนอาจจะคิดว่านามบัตรนั้นเป็นของโบราณไปแล้ว แต่โยนความคิดนั้นทิ้งลงคลองไปเลย เพราะในสมัยนี้นามบัตรยังเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการติดต่อประสานงาน และยังเป็นด่านแรกสำหรับการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรูปแบบและดีไซน์ก็จะช่วยบ่งบอกความน่าเชื่อถือ รสนิยมขององค์กร รวมไปถึงความเป็นมืออาชีพได้ด้วย วันนี้ทีม Creative Design จึงจะขอพูดถึง การออกแบบนามบัตร ให้มีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจของคุณ ซึ่งมีหลักการดังนี้

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์