Google Analytics เครื่องมือเช็ค SEO ที่ไม่ธรรมดา

Google Analytics เครื่องมือเช็ค SEO ที่ไม่ธรรมดา

     การสมัครใช้งานและการติดตั้ง Google Analytics ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะการติดตั้งสามารถทำได้ในเวลาที่สั้น ใครที่มีเว็บเป็นของตัวเองแต่ยังไม่ได้ติดตั้ง Google Analytics ต้องบอกเลยว่าอาจจะพลาดโอกาสมากมายจากข้อมูลที่จะได้จาก Google Analytics เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้น

 

อันดับเเรก เปิด browser ที่ URL www.google.com/analytics เพื่อเข้าไปยังหน้าแรกของ Google Analytics ดังภาพ แล้ว "ลงชื่อเข้าใช้" ด้วย Gmail account หรือถ้ายังไม่มีบัญชีกด "สร้างบัญชีใหม่" 

 

อันดับที่ 2 เมื่อทำการลงชื่อเข้าใช้งาน  เข้าระบบ ระบบจะแสดงผลดังภาพ จากนั้นกดปุ่ม "สมัครใช้งาน" 

 

อันดับที่ 3 เมื่อ สมัครใช้งาน เข้าระบบแล้วจะแสดงผลหน้า บัญชีใหม่  โดยหน้านี้ผู้สมัครจะต้องเซ็ตอัพ บัญชี แรกขึ้นมาซึ่งจะมีรายละเอียดปลีกย่อย ดังนี้

  • What would you like to track : ระบบจะ default ไว้ที่ website หากเราจะ track mobile app ให้เลือก mobile app
  • ชื่อบัญชี : แนะนำให้ใส่ชื่อบริษัทที่เป็นเจ้าของเว็บนั้น เพราะหนึ่งบริษัทหรือหนึ่ง บัญชีอาจจะมีหลายเว็บได้ ซึ่งต่อไปเราสามารถสร้าง property ของเว็บอื่นๆ ภายใต้ บัญชี เดียวกันได้ ไม่จำเป็นต้องสร้าง บัญชี ใหม่ แต่ถ้าไม่มีก็ใส่ชื่อเว็บได้
  • ชื่อเว็บไซต์ : ช่องนี้ให้ใส่ชื่อเว็บไซต์
  • URL ของเว็บไซต์ : ช่องนี้ให้ใส่ URL ของเว็บไซต์ ใส่แค่ .com หรือ .co.th เท่านั้นก็พอนะครับ
  • หมวดหมู่อุตสาหกรรม : ให้เลือกประเภทธุรกิจหรือเนื้อหาของเว็บไซต์เรา เช่นเราเป็นเว็บไซต์ขายของก็เลือก shopping
  • เขตเวลาการรายงาน  : ให้เลือกประเทศไทย
  • ในส่วนของ Data Sharing Setting ระบบ recommend ให้เลือกทั้งหมด แนะนำให้ปล่อยไว้อย่างนั้นเพราะเป็นส่วนที่เราต้องใช้งานในอนาคตเช่นการแชร์ข้อมูลกับ adwords account ของเรา และแชร์ข้อมูลเพื่อทำ benchmark กับกลุ่มเว็บไซต์ใน industry เดียวกันซึ่งจะทำให้เราสามารถดูรีพอร์ทของเราเปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่นๆได้

 

อันดับที่ 4  เมื่อกรอกข้อมูลครบหมดแล้วให้กดที่ รับรหัสการติดตาม ระบบจะแสดงหน้าต่าง pop up ขึ้นมาให้กด "ฉันยอมรับ" เพื่อยืนยันการรับโค้ดจากระบบ Google Analytics

 

อันดับที่ 5  เมื่อกด "ฉันยอมรับ"  แล้วก็จะเข้ามายังหน้า รายละเอียด ซึ่งในหน้านี้จะมีส่วนที่เรียกว่า Tracking Code อยู่ เราจะต้อง copy โค้ดนี้ไปแปะไว้ทุกหน้าในเว็บไซต์ของเรา ตรงนี้หากเราทำเองไม่ได้ ให้ส่ง code นี้ไปให้คนที่ทำเว็บไซต์ของเราติดตั้งให้ เท่านี้เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

อันดับสุดท้าย หลังจากที่ติดตั้งโค้ดที่หน้าเว็บไซต์แล้ว ข้อมูลจะยังไม่อัปเดตทันที อาจจะต้องรอสักระยะหนึ่งขึ้นอยู่ในการอัปเดตข้อมูลของ Google บางที่อาจจะไม่เกินชั่วโมงหรืออาจจะถึงวันหนึ่งก็ได้ จากนั้นระบบจะแสดงตามภาพ

  

โดย :
 5451
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในการศึกษาเช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สถาบันการศึกษาทั่วโลกต่างพากันลงทุนจำนวนมากกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างช่องทางให้ผู้เรียนเข้าถึงหลักสูตรต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น แน่นอนว่าแนวโน้มการศึกษาในปี 2017 จะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี "ประชาชาติธุรกิจ" จึงรวบรวมแนวโน้มการศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไว้ดังนี้ เยสคอร์ส (YesCourse) ผู้สร้างแพลตฟอร์มการกระจายการศึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้สถาบันการศึกษาทั่วโลกได้ขายหลักสูตรการศึกษาออนไลน์ของตน โดยปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 3,500 สถาบันการศึกษาระบุว่า ในปีที่ผ่านมาการศึกษาออนไลน์ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาอย่างมาก และเป็นตัวเสริมให้การศึกษาแบบดั้งเดิมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนจากทุกที่ แต่ในปี 2017 ระบบการเรียนออนไลน์แบบเสมือนจริง Virtual Reality (VR) จะกลายเป็นกระแสหลักมากขึ้น ซึ่งเราอาจได้เห็นและได้ยิน VR ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ มาแล้ว เช่น การบิน การทหาร และเกม แต่ในอนาคต VR จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพราะเป็นเครื่องมือที่จะสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดการรับรู้และตื่นตัวในการเรียนรู้มากขึ้น แนวโน้มต่อมา คือ Cloud Migration หรือการเคลื่อนย้ายฐานข้อมูลต่าง ๆ สู่คลาวด์ ซึ่งสถาบันการศึกษานำข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงระบบไอทีของตนเองสู่ระบบคลาวด์มากขึ้นทุกวัน เพราะเป็นหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่ลดความยุ่งยากในการติดตั้ง การดูแลระบบ ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายเอง ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต จัดการบริหารทรัพยากรของระบบ และสามารถแบ่งทรัพยากรร่วมกันได้ง่าย อีกหนึ่งแนวโน้มที่ YesCourse พูดไว้ คือ การวิเคราะห์เชิงทำนาย (Predictive Analytics) และการเรียนเชิงทำนาย (Predictive Learning) ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่ผู้เรียนมีการโต้ตอบกับโปรแกรมการศึกษาออนไลน์ พวกเขาทิ้งรอยดิจิทัลไว้ (Digital Footprint) สิ่งนี้ทำให้สถานศึกษา และครูผู้สอนสามารถใช้ทำนายเพื่อเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียน และสามารถปรับเปลี่ยนหลักสูตรได้ตรงตามความต้องการของผู้เรียนและเหมาะสม นอกจากนั้นยังเป็นข้อดีต่อการเตรียมความพร้อมของสถาบันการศึกษาในการพัฒนาบุคลากร เตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที ส่วนเว็บไซต์ Pathway to Financial Success บอกว่า แนวโน้มการศึกษาจะเข้าสู่ยุค The Internet of Things (IoT) เพราะอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์โฟน โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ แท็บเลต สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาเรียนรู้มากขึ้นทุกวัน โดยบริษัทการ์ตเนอร์ (Gartner Inc.) ทำนายว่า ในปี 2020 จะมีอุปกรณ์สิ่งของต่าง ๆ เชื่อมต่อกันไม่ต่ำกว่า 20.8 ล้านล้านชิ้นทั่วโลก ดังนั้น รัฐบาลแห่งประเทศอังกฤษจึงทุ่มงบฯลงทุนด้านการวิจัยและศึกษาด้าน IoT ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้เรียนได้รับประโยชน์จาก IoT ได้แก่ ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning), รู้จักการแก้ไขปัญหาโดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-based Learning), กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองและยั่งยืน (Self-directed Learning), ส่งเสริมเรียนรู้ผ่านพหุประสาทสัมผัส (Multisensory Learning), สร้างความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ (Gender Equality) และสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ (Creating Smart Classroom) นอกจากนั้น Real-World Case Studies หรือกรณีศึกษาจากโลกแห่งความจริงจะเข้มข้นมากขึ้นในทุกวิชา เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้เรียน และเห็นภาพได้ชัดเจนกว่าข้อมูลในตำรา กรณีศึกษาในโลกแห่งความจริงยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนต้องการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน ในขณะที่ "บิล เกตส์" นักธุรกิจชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ และเป็นผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลวิเคราะห์ไว้ว่า ค่าใช้จ่ายการศึกษาจะน้อยลงและทุนการวิจัยจะมากขึ้น "เป็นที่รู้กันว่างานวิจัยเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนา และการต่อยอดการศึกษา แต่ที่ผ่านมานักวิจัยหลายคนต่างต้องวิ่งเต้นหาทุนวิจัย และหาการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถเรียนได้ฟรีจากระบบการศึกษาที่เรียกว่า MOOCs (Massive Online Open Courses) จึงส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเรียนน้อยลง ผู้เรียนสามารถมีทุนวิจัยของตนเอง" "ขณะเดียวกันสถาบันการศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องจ้างผู้สอนจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องสร้างห้องเรียนหรืออาคารเรียน เพราะสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็
การเลือกสีให้เหมาะสมกับงานสำหรับใครหลายคน คงเป็นเรื่องยุ่งยาก วุ่นวาย เพราะกว่าจะหาสีให้สวยงามหรือถูกใจใครๆ คงเสียเวลาเป็นส่วนใหญ่ หรืออาจจะไม่สามารถเลือกสีให้เหมาะสมเลยก็เป็นได้ ดังนั้นจึงขอนำเสนอเคล็ดลับการ "เลือกสี" สำหรับการออกแบบให้สวยงามโดดเด่น สุดชิค

Feature SoGoodWeb

เจาะลึกระบบหลังบ้าน SoGoodWeb มาดูวิธีใช้ระบบแจ้งเตือนแบบ Third-Party และ Email Notification เพื่อช่วยจัดการร้านค้าและอำนวยความสะดวกให้คุณไม่พลาดทุกยอดขาย
SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์