สีของเว็บไซต์ กับหลักจิตวิทยา

สีของเว็บไซต์ กับหลักจิตวิทยา

 

 

สีนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบเว็บไซต์ การเลือกสีให้เข้ากับเนื้อหาของเว็บไซต์ จะทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น และยังส่งผลอย่างมากกับความสวยงามของเว็บไซต์ 

 

ความรู้สึกที่คนส่วนใหญ่มีต่อสีต่างๆ

 

 สีฟ้า  ให้ความรู้สึกสงบ สุขุม สุภาพ หนักแน่น เคร่งขรึม เอาการเอางาน ละเอียด รอบคอบ สง่างาม มีศักดิ์ศรี สูงศักดิ์ เป็นระเบียบถ่อมตน  สามารถลดความตื่นเต้น และช่วยทำให้มีสมาธิ แต่ถ้ามีสีน้ำเงินเข้มเกินไป ก็จะทำให้รู้สึกซึมเศร้าได้ 

 

 สีเขียว  เป็นสีในวรรณะเย็น จะสร้างความรู้สึกเย็นสบาย ใช้เป็นสีที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ ให้ความรู้สึก สงบ เงียบ ร่มรื่น ร่มเย็น การพักผ่อน การผ่อนคลาย ธรรมชาติ ความปลอดภัย ปกติ ความสุข ความสุขุม เยือกเย็น  เว็บไซต์ที่ใช้ มักจะเป็นเว็บสปา  รีสอร์ท เป็นต้น

 

 สีเหลือง เป็นสีแห่งความเบิกบาน เร้าอารมณ์ และเรียกร้องความสนใจ ให้ความรู้สึกแจ่มใส ความสดใส ความร่าเริง ความเบิกบานสดชื่น ชีวิตใหม่ ความสด ใหม่ ความสุกสว่าง การแผ่กระจาย อำนาจบารมี  ให้ลองสังเกตดูว่า วันที่ท้องฟ้ามืดครึ้มปราศจากแสงแดด เราจะรู้สึกหงอยเหงา หดหู่ แต่พอมีแสงแดด ท้องฟ้าสว่าง มีสีเหลือง เราจะรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้น 

 

 สีแดง  เป็นสีที่สร้างความตื่นเต้น และกระตุ้นสมอง สีแดงปานกลางแสดงถึงความมีสุขภาพดี ความมีชีวิต ความรัก พลัง ความสำคัญ ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง สีแดงจัดมีความหมายแฝงด้านกามารมณ์ นอกจากนี้สีแดงยังสร้างความรู้สึกรุนแรง ให้ความรู้สึกร้อน กระตุ้น ท้าทาย เคลื่อนไหว ตื่นเต้น เร้าใจ มีพลัง มันจะใช้กันกรณีที่เกี่ยวกับความตื่นเต้น หรืออันตราย  ตัวอย่างเว็บดังที่ใช้โทนสีนี้ มี CNN, ESPN, Ask, Youtube  เป็นต้น

 

 สีม่วง ให้ความรู้สึก มีเสน่ห์ น่าติดตาม เร้นลับ ซ่อนเร้น มีอำนาจ มีพลังแฝงอยู่ ความรัก ความเศร้า ความผิดหวัง ความสงบ ความสูงศักดิ์ เป็นสีที่ปลอบโยน และช่วยลดความเครียด แต่เดิมสีม่วงได้มาจากสัตว์มีกระดอง,เปลือก ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีชื่อว่า Purpura จึงได้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Purple  ตัวอย่างเว็บดังที่ใช้โทนสีนี้ มี Yahoo

 

 สีส้ม ให้ความรู้สึก ร้อน ความอบอุ่น ความสดใส มีชีวิตชีวา วัยรุ่น ความคึกคะนอง การปลดปล่อย ความเปรี้ยว การระวัง  เป็นสีที่เร้าความรู้สึก ปรกติควรใช้แต่น้อยเมื่อเทียบกับสีอื่น สังเกตว่าคนที่อยู่ในห้องสีส้มจะอยู่ได้ไม่นาน  ตัวอย่างเว็บดังที่ใช้โทนสีนี้ True, Blog, Amazon, nickelodeon เป็นต้น

 

 สีน้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น ได้พักผ่อน แต่ควรใช้ร่วมกับสีส้ม เหลือง หรือสีทอง เพราะถ้าใช้สีน้ำตาลเพียงสีเดียว อาจทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ได้ เว็บไซต์ที่ใช้ มักจะเป็นเว็บสปา  รีสอร์ท  เป็นต้น

 

 สีเทา  ให้ความรู้สึก เศร้า อาลัย ท้อแท้ ความลึกลับ ความหดหู่ ความชรา ความสงบ ความเงียบ สุภาพ สุขุม  ถ่อมตน  เทคโนโลยี สีนี้มีข้อดีคือทำให้เย็น แต่สร้างความสร้างความรู้สึกหม่นหมองได้ ควรใช้ร่วมกับสีที่มีชีวิต โทนสว่างอย่างน้อยหนึ่งสี 

 

 สีขาว ให้ความรู้สึก บริสุทธิ์ สะอาด สดใส เบาบาง อ่อนโยน เปิดเผย การเกิด ความรัก ความหวัง ความจริง ความเมตตา ความศรัทธา ความดีงาม  ให้ความรู้สึกรื่นเริง โดยเฉพาะเมื่อใช้กับสีแดง เหลือง และส้ม

 

ทฤษฎีสี (Color Theory) มีอยู่หลายทฤษฎี ซึ่งในที่จะยกตัวอย่างทฤษฎีแค่ 1 อย่าง

 

Percentage Color & Lightening

 

การกำหนดค่าสีออกมาเป็นสัดส่วนร้อยละ (%) และการกำหนดความสว่างของสี เช่น 60/30/10 ที่ใช้กันทั่วไปตามการตกแต่งห้องหรือตกแต่งบ้าน หรือ 50/30/20 ที่ใช้กันตามเว็บไซท์ชื่อดัง (เช่น Facebook) หรือ 90/4/4/2 ซึ่งเป็นทฤษฎีสีของเว็บไซท์ Google นั่นเอง

 การกำหนดค่าออกมาเป็นสัดส่วนร้อยละ มีประโยชน์ด้านการวัดขนาดและลักษณะด้วย อาจทำให้การทำงานง่ายขึ้น และมองภาพลักษณ์ได้ชัดเจนมากขึ้น

 การกำหนดค่าความสว่างของสีก็เช่นกัน ในแต่ละสัดส่วนที่เรากำหนด เราจะต้องควบคุมสีให้มีความเข้มหรืออ่อนที่เข้ากับสีอื่นๆที่อยู่ข้างเขียง หรือที่เรียกว่าการทำให้เกิดการคู่ขนานของสี (Parallel Color)

 

ทฤษฎีสี 60-30-10 เป็นที่นิยมของมืออาชีพในการตกแต่งบ้าน โดยแบ่งสีเป็น 3 ระดับคือ 

  • 60% - เป็นสีหลัก เช่นสีของผนัง
  • 30% - เป็นสีรอง เช่นสีของโซฟา เก้าอี้ ตู้ 
  • 10% - เป็นสีของตกแต่งต่างๆ

 

สีที่แบรนด์ดังต่างๆ เลือกใช้มากที่สุดก็คือ สีแดง กับ สีน้ำเงิน โดยถ้าตามหลักทฤษฎีสี (Color Theory) แต่ละสีมีความหมายดังนี้ :

  • สีแดง สื่อถึง พลัง, ความหลงใหล, เพลิงที่ร้อนแรง, ความตื่นเต้น, ความสำคัญ
  • สีน้ำเงิน สื่อถึง ความสงบ, ความมั่นคง, ความชำนาญ, ความเชื่อถือ

 

       เว็บไซต์แนวคล้ายๆ กันจะใช้สีจากโซนใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์แนว Social Network อย่าง Facebook, Twitter, Myspace ก็ใช้ สีน้ำเงิน / สีฟ้า ด้วยกันทั้งนั้น

 

 

 

 

 

 

 

Credit : คุณจุฑามาศ   กันทะมาลี
www.SoGoodWeb.com

 4012
ผู้เข้าชม
คะแนน

บทความที่เกี่ยวข้อง

YouTube คือเว็บไซต์ชื่อดังที่มีจำนวนผู้ใช้มากไม่แพ้โฆษณา Google และโฆษณา Facebook จึงไม่น่าแปลกใจหากมันถูกใช้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเผยแพร่โฆษณาออนไลน์ รูปแบบโฆษณาใน YouTube ที่เราพบเจอบ่อยๆ คือคลิปวิดีโอที่แสดงก่อนหรือในระหว่างวิดีโอที่เราต้องการชมแต่ส่วนใหญ่ผู้ใช้ก็มักจะกด Skip โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับโฆษณาเหล่านั้นมากนัก นี่ถือเป็นปัญหาหลักสำหรับการโฆษณาใน YouTube เลยทีเดียว
เราอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่า Content Marketing คือการนำเสนอเนื้อหาผ่านในรูปแบบของ บทความ, infographic, วิดีโอ และ social media แล้วการนำเสนอเนื้อหาแบบ Content Marketing มันแตกต่างกับแบบอื่นอย่างไร วันนี้เรามาดูทำความรู้จักเครื่องมือนี้กัน...
โซเชียล มีเดีย เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมากในปัจจุบัน เราสามารถ update ชีวิตความเป็นอยู่ การไปเที่ยว สถานที่ชอบ อาหารที่ชอบ ให้เพื่อนๆ ได้เห็นกันอย่างรวดเร็ว ทันใจ แต่อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง โซเชียล มีเดีย ก็เป็นภัยเงียบที่เราอาจจะมองข้ามไป ดังนั้น เพื่อให้รู้ทันโซเชียล มีเดีย... เรามาดู 4 ข้อที่จำเป็นต้องรู้ก่อนที่จะแชร์อะไรลงโซเชียลกันน่ะค่ะ
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์