ประโยชน์ของเว็บไซต์ ที่มีต่อธุรกิจ

ประโยชน์ของเว็บไซต์ ที่มีต่อธุรกิจ



ทำไมธุรกิจต้องมีเว็บไซต์?

เว็บไซต์ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำธุรกิจที่สามารถใช้ติดต่อกับผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก แม้แต่บริษัทที่ไม่ได้ขายสินค้าหรือบริการทางออนไลน์ก็ยังจำเป็นต้องมีเว็บไซต์เพื่อให้ข้อมูล สามารถกล่าวได้ว่าถ้าหากคุณยังไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง หมายความว่าคุณกำลังสูญเสียช่องทางในการเข้าถึงจากกลุ่มลูกค้าไปอย่างน่าเสียดาย

 

ประโยชน์ของการมีเว็บไซต์ต่อธุรกิจ

  • เป็นช่องทางในการขายและโปรโมทสินค้าหรือบริการได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือและช่วยสร้างตัวตนในโลกออนไลน์ให้แก่ธุรกิจ
  • ใช้นำเสนอข้อมูลธุรกิจ หรือนำเสนอสินค้าและบริการต่างๆ สู่สายตาผู้คนทั่วโลก ซึ่งสามารถอัปเดตข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
  • เพิ่มช่องทางในการรับเรื่องและการติดต่อสอบถามจากผู้สนใจ หรือการสั่งซื้อจากลูกค้า
  • เก็บข้อมูลของผู้ที่เข้าเว็บไซต์ได้โดยผ่านเครื่องมือจาก Google ซึ่งนำไปต่อยอดในการทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

รูปแบบเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ

เว็บไซต์ที่ใช้ในการทำธุรกิจต่างๆ มีอยู่หลากหลายรูปแบบ ทางเราขอแบ่งรูปแบบหลักๆ ของเว็บไซต์ดังต่อไปนี้

 

เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ์ (e-Commerce Website)

เป็นเว็บไซต์สำหรับขายสินค้ารวมถึงบริการที่มีระบบตระกร้าสินค้า (Shopping Cart) สามารถสั่งซื้อจนยืนยันการเสร็จสิ้นกระบวนการซื้อสินค้าได้ในเว็บไซต์ อาจมีระบบชำระเงินผ่านทางออนไลน์ หรือให้ลูกค้าชำระเงินผ่านทางการเงินโอนผ่านบัญชีธนาคารก็ได้ ข้อดีของเว็บไซต์ในรูปแบบอีคอมเมิร์ซ์ก็คือสะดวกทั้งฝ่ายลูกค้า และเจ้าของธุรกิจในการบริหารจัดการและวัดประสิทธิภาพในการทำการตลาดออนไลน์

 

เว็บไซต์แคตตาล็อค (Catalog Website)

เป็นเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลธุรกิจ ข้อมูลสินค้า บริการ หากต้องการสั่งซื้อ จะต้องติดต่อผ่านแบบฟอร์มในเว็บไซต์ อีเมล โทรศัพท์ ไลน์ หรือเข้ามาดูที่หน้าร้าน เป็นต้น เว็บไซต์ในรูปแบบนี้มีค่าใช้จ่ายในการสร้างและพัฒนาเว็บไม่สูง เพราะไม่มีระบบที่ยุ่งยากเหมือนกับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซหรือเว็บไซต์

 

เว็บไซต์คอนเทนท์ (Content Website)

เป็นเว็บไซต์ที่ต้องเพิ่มบทความอย่างสม่ำเสมอ เช่น เว็บไซต์ข่าว นิตยสารออนไลน์ เว็บไซต์ให้ความรู้ รวมถึงการเขียนบล็อค เพื่อให้มีคนเข้าเว็บไซต์และนำไปสู่รายได้จากการขายโฆษณาบนเว็บไซต์ คอนเทนท์หรือเนื้อหาจึงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเว็บไซต์ประเภทนี้

 

จะเห็นได้ว่าเว็บไซต์แต่ละประเภทก็มีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน จึงควรวางแผนในการทำเว็บไซต์อย่างถี่ถ้วนเพื่อให้รองรับต่อธุรกิจและเป้าหมายการใช้งาน  เมื่อมีเว็บไซต์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม ก็ต้องมีการทำการตลาดเพื่อดึงคนเข้าเว็บไซต์ หากเว็บไซต์หรือแบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จัก ก็มีโอกาสน้อยที่ผู้คนจะเข้ามาเอง



ที่มา: seo-web.aun-thai.co.th

โดย :
 2280
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในการศึกษาเช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สถาบันการศึกษาทั่วโลกต่างพากันลงทุนจำนวนมากกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างช่องทางให้ผู้เรียนเข้าถึงหลักสูตรต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น แน่นอนว่าแนวโน้มการศึกษาในปี 2017 จะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี "ประชาชาติธุรกิจ" จึงรวบรวมแนวโน้มการศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไว้ดังนี้ เยสคอร์ส (YesCourse) ผู้สร้างแพลตฟอร์มการกระจายการศึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้สถาบันการศึกษาทั่วโลกได้ขายหลักสูตรการศึกษาออนไลน์ของตน โดยปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 3,500 สถาบันการศึกษาระบุว่า ในปีที่ผ่านมาการศึกษาออนไลน์ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาอย่างมาก และเป็นตัวเสริมให้การศึกษาแบบดั้งเดิมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนจากทุกที่ แต่ในปี 2017 ระบบการเรียนออนไลน์แบบเสมือนจริง Virtual Reality (VR) จะกลายเป็นกระแสหลักมากขึ้น ซึ่งเราอาจได้เห็นและได้ยิน VR ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ มาแล้ว เช่น การบิน การทหาร และเกม แต่ในอนาคต VR จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพราะเป็นเครื่องมือที่จะสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดการรับรู้และตื่นตัวในการเรียนรู้มากขึ้น แนวโน้มต่อมา คือ Cloud Migration หรือการเคลื่อนย้ายฐานข้อมูลต่าง ๆ สู่คลาวด์ ซึ่งสถาบันการศึกษานำข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงระบบไอทีของตนเองสู่ระบบคลาวด์มากขึ้นทุกวัน เพราะเป็นหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่ลดความยุ่งยากในการติดตั้ง การดูแลระบบ ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายเอง ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต จัดการบริหารทรัพยากรของระบบ และสามารถแบ่งทรัพยากรร่วมกันได้ง่าย อีกหนึ่งแนวโน้มที่ YesCourse พูดไว้ คือ การวิเคราะห์เชิงทำนาย (Predictive Analytics) และการเรียนเชิงทำนาย (Predictive Learning) ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่ผู้เรียนมีการโต้ตอบกับโปรแกรมการศึกษาออนไลน์ พวกเขาทิ้งรอยดิจิทัลไว้ (Digital Footprint) สิ่งนี้ทำให้สถานศึกษา และครูผู้สอนสามารถใช้ทำนายเพื่อเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียน และสามารถปรับเปลี่ยนหลักสูตรได้ตรงตามความต้องการของผู้เรียนและเหมาะสม นอกจากนั้นยังเป็นข้อดีต่อการเตรียมความพร้อมของสถาบันการศึกษาในการพัฒนาบุคลากร เตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที ส่วนเว็บไซต์ Pathway to Financial Success บอกว่า แนวโน้มการศึกษาจะเข้าสู่ยุค The Internet of Things (IoT) เพราะอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์โฟน โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ แท็บเลต สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาเรียนรู้มากขึ้นทุกวัน โดยบริษัทการ์ตเนอร์ (Gartner Inc.) ทำนายว่า ในปี 2020 จะมีอุปกรณ์สิ่งของต่าง ๆ เชื่อมต่อกันไม่ต่ำกว่า 20.8 ล้านล้านชิ้นทั่วโลก ดังนั้น รัฐบาลแห่งประเทศอังกฤษจึงทุ่มงบฯลงทุนด้านการวิจัยและศึกษาด้าน IoT ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้เรียนได้รับประโยชน์จาก IoT ได้แก่ ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning), รู้จักการแก้ไขปัญหาโดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-based Learning), กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองและยั่งยืน (Self-directed Learning), ส่งเสริมเรียนรู้ผ่านพหุประสาทสัมผัส (Multisensory Learning), สร้างความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ (Gender Equality) และสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ (Creating Smart Classroom) นอกจากนั้น Real-World Case Studies หรือกรณีศึกษาจากโลกแห่งความจริงจะเข้มข้นมากขึ้นในทุกวิชา เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้เรียน และเห็นภาพได้ชัดเจนกว่าข้อมูลในตำรา กรณีศึกษาในโลกแห่งความจริงยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนต้องการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน ในขณะที่ "บิล เกตส์" นักธุรกิจชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ และเป็นผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลวิเคราะห์ไว้ว่า ค่าใช้จ่ายการศึกษาจะน้อยลงและทุนการวิจัยจะมากขึ้น "เป็นที่รู้กันว่างานวิจัยเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนา และการต่อยอดการศึกษา แต่ที่ผ่านมานักวิจัยหลายคนต่างต้องวิ่งเต้นหาทุนวิจัย และหาการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถเรียนได้ฟรีจากระบบการศึกษาที่เรียกว่า MOOCs (Massive Online Open Courses) จึงส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเรียนน้อยลง ผู้เรียนสามารถมีทุนวิจัยของตนเอง" "ขณะเดียวกันสถาบันการศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องจ้างผู้สอนจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องสร้างห้องเรียนหรืออาคารเรียน เพราะสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็
ปัญหาเว็บไซต์ล่ม ถือเป็นปัญหาที่ทุกคนต้องเคยเจอ แต่ไม่รู้ว่าจะมีวิธีการแก้ไขยังไง วันนี้ทางเราจึงรวบรวมวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหาเว็บไซต์ล่ม มาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก มีวิธีการอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ
แค่ความสวยงามของเว็บไซต์ยังไม่พอ แต่ต้องออกแบบให้อำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งานเว็บไซต์ พร้อมส่งเสริมการขายไปด้วย

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์