10 วิธีในการทำ SEO ที่ล้าสมัยไปแล้วในปี 2019

10 วิธีในการทำ SEO ที่ล้าสมัยไปแล้วในปี 2019

10 วิธีการทำ SEO ที่ล้าสมัยแล้วในปี 2019

ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันทำ seo กันมากมายเพื่อทำให้เว็บของตัวเองติดอันดับหน้าต้นๆของ Google จนได้เกิดหลายวิธีในการทำให้ seo ของเว็บเราติดอันดับเร็วขึ้นจน Google ต้องออกมาแบนวิธีดังกล่าว

มาดู 10 วิธีการดัน seo ที่ล้าสมัยไปแล้วใน 2019

1.ทำ Content ซ้ำ : เมื่อก่อนนั้นเป็นวิธีที่นิยมอย่างมากในการทำ SEO ขึ้นมา เพราะสามารถสร้าง Traffic ได้เยอะมากเข้ามาสู่เว็บไซต์ แต่ในตอนนี้ Google ต้องการ Content ที่ม่ีคุณภาพสูงและมีความเป็น original ออกมา ยิ่งทำ Content ซ้ำยิ่งทำให้อันดับแย่ลงเพราะ Google จะบอกว่าคุณทำการลอกมานั้นเอง

2. ยัด Keyword: ในอดีตเป็นเทคนิคที่นิยมอย่างมากในการทำ SEO ด้วยการสร้าง content ที่ไม่สามารถอ่านได้รู้เรื่องแต่เต็มไปด้วย Keyword ที่ต้องการให้ติดอันดับ google ขึ้นมา ในตอนนี้ Google ไม่อนุญาตให้ทำอีกแล้ว เพราะ Content แบบนี้เป็น Content ที่ไม่มีคุณภาพ และจะทำให้อันดับ Google แย่ลง

3. บทความโฆษณา : บทความโฆษณาในที่นี้ คือบทความที่ทำมาเพื่อขายสินค้าและบริการ และมีการแทรก backlink ต่าง ๆ กลับไปสู่เว็บไซต์ที่คุณต้องการ ซึ่งในอดีตจะช่วยให้อันดับเว็บไซต์เป้าหมายนั้นดีขึ้น ปรากฏว่ามีคนปั้นอันดับด้วยวิธีการนี้เยอะอย่างมาก จนปัจจุบัน Google ไม่ได้ให้ความสำคัญในการทำแบบนี้อีกต่อไป

4. Spamming Directories : นักการตลาดหลายๆ คนทำ directories เพื่อปรับปรุงอันดับ Google แต่ปัจจุบันการเอาลิงก์ไปอยู่ใน directory นั้นถือว่ากลายเป็นทำ Spam แล้ว เพราะ Google นั้นถือว่าการทำแบบนี้เป็นการขาดความน่าเชื่อถืออย่างมาก และมีผลลบต่ออันดับเว็บไซต์ของคุณทันที

5. เข้าไป Spam comment : เทคนิคนี้ในสมัยก่อนนนี้นิยมอย่างมาก ด้วยการที่นักการตลาดไปตาม comment ตามที่ต่างๆ โดยแทรกลิงก์ของเว็บไซต์ตัวเองเอาไว้ เพื่อให้เกิดผลกลับมายัง Traffic เว็บไซต์ตัวเอง ในปัจจุบันนี้เทคนิคนี้ทาง Google ถือว่ากลายเป็น Spam ไปแล้ว.

6. ไม่คิดจะทำ Metadata : สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมองข้ามในการทำ Google Rank ก็คือการทำ Metadata ของเว็บไซต์ต่างๆ ให้ Google เข้ามาจับแล้วเอาไปขึ้นอันดับนั้นเอง ด้วยการเขียน Metadata ที่ดีจะทำให้เว็บไซต์คุณนั้นได้ผลประโยชน์ในระยะยาวอีกด้วย

7.  ไม่ทำ Mobile Optimization : ด้วยยุคนี้เป็นยุคของการใช้มือถืออย่างมาก และผู้บริโภคเข้ามาใช้บริการผ่านมือถือ ทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านมือถือกันกว่า 90% ทำให้ การทำ  Mobile Optimization นั้นกลายเป็นเรื่องจำเป็นอย่างที่ Google นั้นถือว่าสำคัญเพราะเป็นการให้ประสบการณ์ที่ดีกับผู้บริโภคที่เข้ามาใช้งาน ดังนั้นใครที่ไม่ทำ Mobile Optimization ของเว็บไซต์ตัวเอง ก็อาจจะพบว่าเว็บไซต์ตัวเองนั้นไม่ได้การจัดอันดับที่ดีจาก google

8. ทำแต่ปริมาณ : ในอดีตนั้นการทำ SEO คือการทำ Content ที่มี Keyword ที่ต้องการให้ติดเข้าไปใน Google Index นั้นออกมาในปริมาณที่มาก ยิ่งเยอะ ยิ่งดี เพราะจะทำให้เว็บไซต์คุณนั้นติดอันดับ google ต้น ๆ แต่ในปัจจุบันนี้ Google ให้ค่าด้านคุณภาพมากกว่าปริมาณ ด้วยการที่ทำมาเยอะแต่ไม่มีคุณภาพ google ก็ไม่ให้ค่าอะไร

9. Keyword Specific Pages : นี้เคยเป็นวิธีที่นิยมอย่างมากสำหรับนักการตลาดในอดีต ด้วยการสร้างหน้าแยกบนเว็บไซต์ที่ทำมาสำหรับแต่ละ Keyword ที่คุณต้องการให้ Google จับขึ้นไป ในปัจจุบันนี้เทคนิคดังกล่าวนั้นถือว่าตายไปอย่างสิ้นเชิงและไม่ได้ผลต่อไปอีกแล้ว

10. Short-tail Keyword : ในอดีต นิยมอย่างมากที่จะทำ Keyword สั้นๆ ให้ติดอันดับ google แต่ในตอนนี้กลายเป็นยุคของการทำ Keyword ยาวๆ เพราะด้วยการทำแบบนี้ทำให้คุณสามารถแข่งขันกับตลาดได้ และในตอนนี้กว่า 70% ของ Google ก็มาจาก long tail keyword ทั้งหลาย ถ้าคุณทำ short tail Keyword อยู่คุณจะอยู่ในตลาดที่เป็น Red ocean แต่ถ้าคุณทำ Long tail keyword คุณจะอยู่ใน Blue ocean ทันที.

ขอบคุณแหล่งที่มา : Molek

โดย :
 2540
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

สีเป็นรูปแบบของการสื่อสารรูปแบบหนึ่งที่แตกต่างจากข้อความ ตัวอักษรหรือการพูดแต่สีสามารถสื่อสารให้รู้สึกได้ถึงอารมณ์ ที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และภายใต้สีที่แตกต่างกัน สามารถบอกได้ถึงความแตกต่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเพศ หรือว่าอายุ ซึ่งจากผลวิจัยบอกว่าสีมีอิทธิพลทางกายภาพอย่างเช่น ฮอร์โมนที่ควบคุมอารมณ์ของเรา การประยุกต์ใช้สีที่เหมาะสม จะช่วยสร้างอุทธรณ์ในด้านต่างๆ ให้กับลูกค้าได้ การเลือกสีของตราสินค้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการสร้างแบรนด์ด้วยเช่นกัน สีสามารถบอกอารมณ์ ความรู้สึกได้
Music Marketing เป็นการทำการตลาดโดยใช้เพลงหรือเสียงดนตรีมาช่วยทำ เป็นการทำการตลาด ที่เล่นกับความรู้สึกของลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายโดยตอบสนองความต้องการ ของผู้บริโภคด้าน ทางด้านจิตใจ ด้านอารมณ์ เป็นหลัก
ในชีวิตประจำวันเราคงจะพบเห็นโฆษณามากมายรอบตัวเราโดยโฆษณาเหล่านี้มักจะเน้นไปที่การขายของหรือบริการต่างๆ แต่สุด ท้ายก็มักจะลงเอยที่การหว่านล้อมให้ เราเลือกซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ผลิตอยู่ดี ในทางกลับกัน Content Marketing จะเป็นการนำเสนอ “Content” ซึ่งก็คือ “เนื้อหาที่มีประโยชน์” ให้กับผู้บริโภค โดยมีจุดประสงค์หลักก็คือ เพื่อทำให้ผู้บริโภครู้สึกประทับใจจนสามารถจดจำBrandสินค้าได้ และเกิดความความจงรักภักดีใน Brand สินค้า(Brand Loyalty) ในที่สุดจริงๆ แล้วเป้าหมายลึกๆ ของ Content Marketing ก็คือการขายอยู่ดี เพียงแต่จะเน้นไปที่การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของผู้บริโภค

Feature SoGoodWeb

เจาะลึกระบบหลังบ้าน SoGoodWeb มาดูวิธีใช้ระบบแจ้งเตือนแบบ Third-Party และ Email Notification เพื่อช่วยจัดการร้านค้าและอำนวยความสะดวกให้คุณไม่พลาดทุกยอดขาย
SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์