แนะนำ 8 บริการต่าง ๆ จาก G-Suits

แนะนำ 8 บริการต่าง ๆ จาก G-Suits

แนะนำ 8 บริการต่าง ๆ จาก G-Suits

1.Google Drive

         เป็นบริการจาก Google ที่ทำให้เราสามารถนำไฟล์ต่าง ๆ ไปฝากไว้กับ Google โดยวิธีการที่เรียกว่า Upload ซึ่งทำให้เราสามารถใช้ไฟล์เหล่านั้นที่ไหนก็ได้ที่มีอินเตอร์เน็ต  ไม่เพียงแค่ฝากไฟล์ได้เท่านั้นคุณยังสามารถ สามารถแบ่งปันไฟล์กับคนที่ต้องการ และสามารถแก้ไขร่วมกันได้จากอุปกรณ์ทุกประเภท สำหรับพื้นที่ ๆ Google ให้เราใช้บริการฟรีนั้นอยู่ที่ 15 GB การใช้งาน Google Drive นั้นเริ่มต้นง่าย ๆ เพียงแค่คุณสมัคร Gmail  หากคุณยังไม่เคยสมัคร แนะนำให้สมัคร เนื่องจากสมัคร Gmail เพียง Account เดียว ทำให้สามารถใช้บริการต่าง ๆ ของ Google ได้อย่างมากมาย รวมถึง Google Drive ด้วย

 2.Google Calendar

          แอปพลิเคชันปฏิทินจากกูเกิลสามารถใช้งานได้ทั้งบนเว็บไซต์ ระบบปฏิบัติการ Android (แอนดรอยด์) และ IOS (ไอโอเอส) ซอฟต์แวร์ในปัจจุบันเข้ามามีบทบาทอย่างมากทั้งองค์กรธุกิจหรือแม้แต่การดำเนินชีวิต เพื่อให้ทุกอย่างทำงานได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น Google ผู้นำด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้พัฒนาซอฟต์แวร์มากมาย เรื่องของปฏิทินที่แสดงวัน เดือน ปี ปกติสำหรับผู้ใช้ทั่วได้จะเป็นอย่างไรหากทำปฏิทินธรรมดาให้กลายเป็นระบบปฏิทินที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายๆส่วน ให้เป็นมากกว่าปฏิทินทั่วไป และรองรับการใช้งานได้หลากหลายทั้งบนเว็บเบราว์เซอร์ เพื่อช่วยให้สามารถจัดการกับวันเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและทำสิ่งต่างๆได้มากขึ้น

 3.Google Sheet

          เป็นบริการให้ใช้ฟรีจาก Google (กูเกิล) สามารถทำงานเป็นทีมได้ สามารถทำงานร่วมกันในสเปรดชีท (Spreadsheet) ได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังสามารถแชร์งาน แก้ไขแบบเรียลไทม์ หรือแม้กระทั่งแชทและแสดงความคิดเห็นกับบุคคลใดก้ได้ ไม่ต้องกด “บันทึก” อีกเลย เมื่อมีการทำงานเกิดขึ้นในสเปรดชีท ทุกการพิมพ์จะถูกบันทึกไว้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติและยังสามารถใช้ประวัติการแก้ไขเพื่อดูเวอร์ชันเก่าๆ

ของสเปรดชีทเดียวกัน โดยจัดเรียงตามวันที่และคนที่แก้ไข สามารถทำงานได้กับ Microsoft Excel สามารถเปิด แก้ไข และบันทึกเป็นไฟล์ไมโครซอฟต์ เอกซเซล

 4.Google Slides

          เป็นโปรแกรมที่สามารถนาเสนอชิ้นงานให้มีความหลากหลาย รูปแบบที่ทันสมัย พร้อมเทคนิคที่ทาให้ชิ้นงานเป็นที่โดดเด่นGoogle Slide คือ โปรแกรมสาเร็จรูปสาหรับสร้างสไลด์ ที่สามารถสร้าง แก้ไข และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ จุดเด่นของ Google Slides สร้างงานนำเสนอใหม่หรือแก้ไขงานนำเสนอที่สร้างไว้บนเว็บไซต์หรืออุปกรณ์อื่นๆ แชร์งานนำเสนอและทำงานร่วมกับบุคคลอื่นในงานนาเสนอเดียวกันไปพร้อมๆ กันทำงานให้เสร็จในทุกเวลาที่ต้องการ แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพิ่มและจัดเรียงสไลด์ใหม่ จัดรูปแบบข้อความและรูปร่าง และอื่นๆ นำเสนอจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ PC แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก ได้ ระบบจะบันทึกทุกอย่าง ที่กำลังพิมพ์โดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องกังวลเรื่องงานหาย Google Slides ทำให้ไอเดียของคุณโดดเด่นด้วยธีมงานนำเสนอหลากหลายแบบ สามารถแทรกอักษร แทรกวิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว

5.Gmail

         Gmail คือบริการฟรีอีเมลที่ทำงานบนระบบ Search Engine ซึ่งมีหน้าตาไม่แตกต่างจากรูปแบบของ Google เท่าไหร่ คือไม่มีลูกเล่น ดูเรียบง่ายแต่เน้นที่ความรวดเร็วในการเข้าถึงเป็นหลัก Gmail มีระบบการจัดเก็บที่ดี มีระบบค้นหาตามหัวเรื่องจดหมาย ส่งเมล POP 3 ได้ มีระบบการป้องกันไวรัสที่ดีมาก มีระบบป้องกันspam ไว ใช้ง่าย ส่งไฟล์ประกอบง่าย

 6.Google Hangout

         สนทนาแบบกลุ่มได้และง่ายในการสนทนาแบบภาพและเสียง สูงสุด15 คน ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ,มือถือหรือแท็บเล็ต เชื่อมต่อ กับทีมของคุณโดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์พิเศษต่างๆ บริษัทฯ CRM-C เป็นผู้ให้บริการ Google Apps for Business  ซึ่งหากต้องการใช้ Google Hangout ในองค์กรธุรกิจของคุณ คุณสามารถซื้อผ่านเราได้ การส่งข้อความ,โทรศัพท์ และ โทรผ่านวีดีโอ ด้วยแฮงค์เอาท์ คุณสามารถสนทนาแบบกลุ่มได้และง่ายในการสนทนาแบบภาพและเสียง ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ,มือถือหรือแท็บเล็ต มองเห็นหน้าผู้ร่วมงานได้สูงสุด 15 คนหรือลูกค้าจากทุกที่เพียงแค่คลิกเท่านั้น แฮงค์เอาท์ของคุณ เชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ต่างๆ คุณจึงสามารถกลับมาสู่บทสนทนาในอีกอุปกรณ์หนึ่ง ในขณะที่คุณเดินทาง นัดหมายแฮงค์เอาท์ผ่านทางปฏิธิน เริ่มต้นการสนทนาผ่านทางกล่องข้อความ หรือ ทำงานร่วมกันบนกูเกิลไดรฟ์ไฟล์ระหว่างการประชุมทางวีดีโอ ทำให้รายการสิ่งที่ต้องทำสำเร็จได้เร็วกว่า ไม่ว่าคุณกำลังทำงานกับทีมหรือกำลังสัมภาษณ์งานกับผู้สมัครงาน แฮงค์เอาท์ให้คุณสามารถเชื่อมต่อ กับทีมของคุณ โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์พิเศษต่างๆ เป็นเรื่องดีที่ได้นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน

 7.Google Docs

         เว็บไซต์ที่ให้บริการพิมพ์งานทางออนไลน์ ให้เราสามารถจัดการเอกสารได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่คุณมีบัญชี Google บัญชีเดียวก็สามารถใช้งานบริการ Google Docs ได้

โดยปัจจุบัน Google Docs มีโปรแกรมย่อยอยู่ 4ตัว คือ Docs , Slide , Sheet , Forms แม้ว่า Google Docs นี้แม้ดูหน้าตาและรูปแบบเหมือนทาง Microsoft Office แต่ Google Docs เป็นรายแรกที่ให้บริการ Office บนเว็บไซต์ และสามารถใช้งานได้แบบฟรีๆ ไม่ต้องซื้อซอฟต์แวร์มาติดตั้ง ไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรม ใช้งานได้ทันทีบนเว็บเบราว์เซอร์ ง่ายๆเพียงเข้าที่ docs.google.com แล้วเข้าทำการ sign in แค่นี้ก็สามารถดูเอกสารที่อยู่บน Google Drive หรือ Google Docs พร้อมทั้ง สามารถสร้าง,แก้ไขเอกสาร และคลิกเปิดอ่านเอกสารได้ทันที รวมทั้งสามารถแก้ไขเอกสารพร้อมกับเพื่อนๆ ในหน้าเอกสารเดียวกันได้ด้วย เรียกกันว่าช่วยกันพิมพ์พร้อมกับเพื่อนได้เลยแม้อยู่สถานที่กันก็ทำงานพร้อมกันได้ โดยไม่ต้องเสียเวลา save และส่งไฟล์ไปๆมาๆด้วย โดยเราจะเห็นหน้าจอเดียวกันว่า เราและเพื่อนๆกำลังพิมพ์อะไรอยู่ในเอกสารเดียวกัน รวมทั้งการแชร์เอกสารก็สะดวกโดยการส่งลิงก์ หรือแชร์กับเพื่อนๆภายในกลุ่มได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์ Harddisk  flashdrive เลย

 8.Google Form

                 เป็นส่วนหนึ่งในบริการของกลุ่ม Google Docs ที่ช่วยให้เราสร้างแบบสอบถามออนไลน์ หรือใช้สำหรับรวบรวมข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการใช้งาน Google Form ผู้ใช้สามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้งานได้หลายรูปแบบอาทิ เช่น การทำแบบฟอร์มสำรวจความคิดเห็น การทำแบบฟอร์มสำรวจความพึงพอใจ การทำแบบฟอร์มลงทะเบียน และการลงคะแนนเสียง เป็นต้นทั้งนี้การใช้งานกูเกิ้ลฟอร์มนั้น ผู้ใช้งานหรือผู้ที่จะสร้างแบบฟอร์มจะต้องมีบัญชีของ Gmail หรือ Account ของ Google เสียก่อน ผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้งานสร้างแบบฟอร์มผ่าน Web Browser ได้เลยโดยที่ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆ ทั้งสิ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา: Google

 

โดย :
 20026
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทำไมต้อง Banner ? ทำหน้าที่อย่างไร ? สำคัญอย่างไร ?
Social Video Marketing เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพไม่น้อยไปกว่าเครื่องมืออื่นๆ ทางการตลาด โดยการตลาดที่ใช้ Social Video Marketing จะมีลักษณะการทำตลาดแบบออนไลน์บนสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยใช้วิดีโอเป็นสื่อกลางในการสื่อสารกับผู้ชม และมีเนื้อหาตามวัตถุประสงค์ของผู้สร้าง ในปัจจุบันการทำการตลาดโดยใช้วิดีโอยังถือว่าเป็นการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพ ที่ได้รับผลตอบรับจากผู้เข้าชมเป็นอย่างดีไม่ว่าจะผ่านมานานหลายปีแล้ว หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องการทำการตลาดในรูปแบบวิดีโอ คุณก็ไม่ควรพลาดกับ ส่วนผสมหลัก 4 ประการในการทำ Social Video Marketing ที่สมบูรณ์แบบดังต่อไปนี้
เมื่อเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงในการศึกษาเช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่าปีที่ผ่าน ๆ มา สถาบันการศึกษาทั่วโลกต่างพากันลงทุนจำนวนมากกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างช่องทางให้ผู้เรียนเข้าถึงหลักสูตรต่าง ๆ มากขึ้น ดังนั้น แน่นอนว่าแนวโน้มการศึกษาในปี 2017 จะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี "ประชาชาติธุรกิจ" จึงรวบรวมแนวโน้มการศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ไว้ดังนี้ เยสคอร์ส (YesCourse) ผู้สร้างแพลตฟอร์มการกระจายการศึกษาออนไลน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้สถาบันการศึกษาทั่วโลกได้ขายหลักสูตรการศึกษาออนไลน์ของตน โดยปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 3,500 สถาบันการศึกษาระบุว่า ในปีที่ผ่านมาการศึกษาออนไลน์ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาอย่างมาก และเป็นตัวเสริมให้การศึกษาแบบดั้งเดิมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนจากทุกที่ แต่ในปี 2017 ระบบการเรียนออนไลน์แบบเสมือนจริง Virtual Reality (VR) จะกลายเป็นกระแสหลักมากขึ้น ซึ่งเราอาจได้เห็นและได้ยิน VR ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ มาแล้ว เช่น การบิน การทหาร และเกม แต่ในอนาคต VR จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา เพราะเป็นเครื่องมือที่จะสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดการรับรู้และตื่นตัวในการเรียนรู้มากขึ้น แนวโน้มต่อมา คือ Cloud Migration หรือการเคลื่อนย้ายฐานข้อมูลต่าง ๆ สู่คลาวด์ ซึ่งสถาบันการศึกษานำข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงระบบไอทีของตนเองสู่ระบบคลาวด์มากขึ้นทุกวัน เพราะเป็นหน่วยจัดเก็บข้อมูลที่ลดความยุ่งยากในการติดตั้ง การดูแลระบบ ช่วยประหยัดเวลาและลดต้นทุนในการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายเอง ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบข้อมูลต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต จัดการบริหารทรัพยากรของระบบ และสามารถแบ่งทรัพยากรร่วมกันได้ง่าย อีกหนึ่งแนวโน้มที่ YesCourse พูดไว้ คือ การวิเคราะห์เชิงทำนาย (Predictive Analytics) และการเรียนเชิงทำนาย (Predictive Learning) ซึ่งในทุก ๆ ครั้งที่ผู้เรียนมีการโต้ตอบกับโปรแกรมการศึกษาออนไลน์ พวกเขาทิ้งรอยดิจิทัลไว้ (Digital Footprint) สิ่งนี้ทำให้สถานศึกษา และครูผู้สอนสามารถใช้ทำนายเพื่อเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เรียน และสามารถปรับเปลี่ยนหลักสูตรได้ตรงตามความต้องการของผู้เรียนและเหมาะสม นอกจากนั้นยังเป็นข้อดีต่อการเตรียมความพร้อมของสถาบันการศึกษาในการพัฒนาบุคลากร เตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง และแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ทันท่วงที ส่วนเว็บไซต์ Pathway to Financial Success บอกว่า แนวโน้มการศึกษาจะเข้าสู่ยุค The Internet of Things (IoT) เพราะอินเทอร์เน็ตเกี่ยวข้องกับทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์โฟน โน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์ แท็บเลต สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการศึกษาเรียนรู้มากขึ้นทุกวัน โดยบริษัทการ์ตเนอร์ (Gartner Inc.) ทำนายว่า ในปี 2020 จะมีอุปกรณ์สิ่งของต่าง ๆ เชื่อมต่อกันไม่ต่ำกว่า 20.8 ล้านล้านชิ้นทั่วโลก ดังนั้น รัฐบาลแห่งประเทศอังกฤษจึงทุ่มงบฯลงทุนด้านการวิจัยและศึกษาด้าน IoT ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์ในปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้เรียนได้รับประโยชน์จาก IoT ได้แก่ ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning), รู้จักการแก้ไขปัญหาโดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem-based Learning), กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองและยั่งยืน (Self-directed Learning), ส่งเสริมเรียนรู้ผ่านพหุประสาทสัมผัส (Multisensory Learning), สร้างความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ (Gender Equality) และสร้างห้องเรียนอัจฉริยะ (Creating Smart Classroom) นอกจากนั้น Real-World Case Studies หรือกรณีศึกษาจากโลกแห่งความจริงจะเข้มข้นมากขึ้นในทุกวิชา เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวผู้เรียน และเห็นภาพได้ชัดเจนกว่าข้อมูลในตำรา กรณีศึกษาในโลกแห่งความจริงยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนต้องการแสดงความคิดเห็นมากขึ้น และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน ในขณะที่ "บิล เกตส์" นักธุรกิจชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ และเป็นผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลวิเคราะห์ไว้ว่า ค่าใช้จ่ายการศึกษาจะน้อยลงและทุนการวิจัยจะมากขึ้น "เป็นที่รู้กันว่างานวิจัยเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนา และการต่อยอดการศึกษา แต่ที่ผ่านมานักวิจัยหลายคนต่างต้องวิ่งเต้นหาทุนวิจัย และหาการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถเรียนได้ฟรีจากระบบการศึกษาที่เรียกว่า MOOCs (Massive Online Open Courses) จึงส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเรียนน้อยลง ผู้เรียนสามารถมีทุนวิจัยของตนเอง" "ขณะเดียวกันสถาบันการศึกษาก็ไม่จำเป็นต้องจ้างผู้สอนจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน ไม่ต้องสร้างห้องเรียนหรืออาคารเรียน เพราะสามารถใช้เทคโนโลยีมาเป็

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์