Shill Marketing : การตลาดที่ไม่ชิว ชิว

Shill Marketing : การตลาดที่ไม่ชิว ชิว

Shill Marketing

 

 

การตลาดน่ารู้ : อะไรคือ Shill Marketing

   เมื่อพูดถึงการตลาดกลยุทธ์การตลาดที่ถูกนำมาใช้มากที่สุดรูปแบบหนึ่งในการตลาดการเมืองในประเทศไทยคือ Grassroots Marketing ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดที่มุ่งสร้างให้ลูกค้าเกิดการบอกปากต่อปากโดยการเข้าถึงระดับรากหญ้าซึ่งเป็นระดับท้องถิ่น ในทางปฏิบัติการตลาดการเมืองในประเทศไทยมีกลยุทธ์อีกรูปแบบหนึ่งที่อาศัยการสื่อสารปากต่อปากและนิยมใช้กันมากในองค์กรธุรกิจต่างๆแต่มีประเด็นทางจริยธรรมให้เป็นที่ถกเถียงกันบ่อยครั้งกลยุทธ์ที่ว่านี้ คือ Shill Marketing Shill Marketing นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับชิวชิวตามภาษาวัยรุ่นที่พูดกันซึ่งหมายถึงสบาย ๆ (คาดเดาว่ามาจากคำว่า chill) แต่เป็นกลยุทธ์ที่องค์กรได้ว่าจ้างให้คนกลุ่มหนึ่งให้ทำตนเสมือนหนึ่งเป็นลูกค้าแต่ไม่ให้แสดงตัวว่ามีความเกี่ยวข้องกับองค์กร มีความพยายามชักจูงหรือพูดปากต่อปากในการเชียร์สินค้าขององค์กรหรือบอกเล่าว่าตนเองได้ใช้สินค้านั้นแล้วและยืนยันว่ามีคุณภาพดีแนวการจัดการของ Shill Marketing นั้นอาศัยการรับรู้ของบริโภคที่ว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะเชื่อข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับองค์กรนั้นๆมากกว่าพนักงานขายหรือข้อมูลจากบริษัทดังนั้นผู้ที่ได้รับการว่าจ้าง (Shill) จะไม่แสดงตัวว่าเป็นผู้ที่ทำงานให้กับองค์กรแต่ใช้การสื่อสารทางตรงไปยังลูกค้าและบ่อยครั้งที่มีการสร้างให้เป็นกลุ่มและทำงานร่วมกัน

 

Multiple Shills ในการตลาดการเมืองการว่าจ้างหัวคะแนนให้เงินในการช่วยหาเสียงซึ่งหัวคะแนนไม่ได้แสดงตนว่าได้รับการ
ว่าจ้างก็เข้าข่ายของการตลาดแบบ Shill Marketing ด้วยเช่นกันในองค์กรธุรกิจมีการนำ Shill Marketing มาใช้ในหลายๆโอกาสโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องการแนะนำสินค้าใหม่หรือนวัตกรรมใหม่ๆเช่นมีโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่งที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าแรกๆที่ผลิตโทรศัพท์มือถือซึ่งสามารถถ่ายรูปและได้ว่าจ้างพนักงานสองพันว่าคนโดยคัดเลือกลักษณะคนที่คล้ายกับเป็นคนต่างชาติและให้ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวไปเดินตามย่านธุรกิจต่าง ๆเมื่อพบเจอผู้คนที่คิดว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายก็ทำทีว่าขอความช่วยเหลือให้ถ่ายรูปให้โดยยื่นโทรศัพท์มือถือให้และสาธิตวิธีการใช้อย่างเสร็จสรรพแน่นอนว่าเมื่อกลับถึงบ้านก็อดไม่ได้ที่จะบอกต่อถึงความประทับใจความตื่นเต้นที่มีต่อการได้ถ่ายรูปโดยใช้โทรศัพท์มือถือยี่ห้อนั้นปัจจุบัน Shill Marketing มีการใช้บ่อยครั้งและแพร่ระบาดไปมากในปัจจุบันโดยเฉลี่ยพบว่าผู้บริโภค 2 ใน 3 ได้รับอิทธิพลของการสื่อสารปากต่อปากเนื่องจากปัจจัยที่เอื้ออำนวยหลายประการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกอินเทอร์เน็ตโดยปลอมตัวว่าเป็นผู้ที่เคยใช้สินค้ามาโพสต์ข้อความต่างๆในกระทู้โดยมี
พวกเดียวกันตอบและเสริมส่งกันในทางบวกทั้ง ๆ ที่คนเหล่านี้ได้รับการว่าจ้างมาทั้งสิ้น ถึงตอนนี้หลาย ๆท่านคงแย้งในใจว่า
การตลาดรูปแบบนี้ควรจะนำไปใช้หรือไม่ในทางปฏิบัติเนื่องจากดูเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค

 

Shill Marketing ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น Evil Marketing เนื่องจากเหตุผลหลาย ๆ ประการไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องของการหลอกลวงข้อมูลเพราะผู้บอกกล่าวไม่ได้รับประสบการณ์จริงการสร้างความสนใจแบบปลอมๆหรือท้ายสุดคือการถือโอกาสเอาเปรียบจากความไว้วางใจของผู้รับข้อมูลดังนั้นแม้ว่า Shill Marketing จะส่งผลทางด้านบวกคือสื่อสารได้เร็วในวงกว้างและไม่เสีย
ค่าใช้จ่ายมากนัก แต่เมื่อพิจารณาผลกระทบทางลบแล้ว กลยุทธ์การตลาดแบบนี้อาจไม่คุ้มเนื่องจากอาจส่งผลให้ผู้บริโภคโกรธและเลิกใช้ได้ในที่สุดการสื่อสารปากต่อปากที่ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า (Honest Word-of-mouth) เป็นสิ่งที่น่าจะกระทำมากกว่าและถูกต้องตามจริยธรรมทางการตลาดเพราะทำให้แบรนด์อยู่ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวและทำได้ง่ายๆคือการเริ่มที่การลิสต์รายชื่อลูกค้าอาสาสมัครต่อมาคือการป้อนประสบการณ์ทางตรงให้กับกลุ่มอาสาสมัครและให้รางวัลกับผู้ที่สามารถแนะนำลูกค้าได้ เช่น Member gets member ของบริษัทเครดิตการ์ดทั้งหลายหรือการตั้งกระทู้แนะนำของเหล่าสาวกภาพยนตร์รักแห่งสยามในรอบพิเศษของเว็บไซต์พันทิปหลักการดังกล่าวต้องยึดมั่นกับกฎเหล็กการสื่อสารปากต่อปาก 3 ประการคือหนึ่งต้องเป็นอาสาสมัครทั้งหมดและไม่มีผลประโยชน์อื่นแอบแฝง(100% Voluntary)สองต้องไม่วางแผนคำพูดล่วงหน้า(No Scripting) และสุดท้ายต้องไม่มี
ผลตอบแทนในรูปตัวเงิน (No Cash) ถ้ามีการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวกลยุทธ์การตลาด Shill Marketing ก็คงไม่ต้องถูกเรียกว่า Evil Marketing อีกต่อไปและถึงตอนนั้นกลยุทธ์ปากต่อปากของท่านก็จะเกิดจากลูกค้าที่นิยมชมชอบและประทับใจแบรนด์ของท่านและอยากจะบอกต่ออย่างแท้จริงซึ่งถ้าได้ลูกค้าแบบนี้แล้วชิวชิวกว่ากันเป็นไหนๆ

 

Credit : www.sbdc.co.th
By : www.SoGoodWeb.com

 

โดย :
 4477
ผู้เข้าชม

บทความที่เกี่ยวข้อง

เป็นคำถามที่หน้าสนใจมาก โลกในยุค 4.0 เดียวนี้พัฒนาเร็วมาก เรียกได้ว่าเร็วจนบ้างทีหน้ากลัวมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็มีทั้งข้อดีและเสีย ข้อดีก็มีมากมาย ข้อเสียก็มีเยอะแยอะ ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคอย่างเราท่านทั้งหลาย ยังไงก็เอาแต่ด้านดีๆ มาใช้ประโยชน์แล้วกัน ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมเดียวนี้แม่ค้าออนไลน์เยอะจัง มันก็มีหลายปัจจัยอยู่เราลองมาดูกันสิว่า มีปัจจัยอะไรบ้าง
Google Lens เป็นฟิเจอร์จากทาง Google ที่ช่วยให้เราค้นหาสิ่งที่เห็นและทำสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งยังทำความเข้าใจโลกรอบตัวได้โดยใช้กล้องถ่ายรูปและรูปภาพเช่น ระบุชื่อและดูข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ค้นหาส้นค้าและบริการสแกนคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด เป็นต้น
อย่างที่ทุกคนรู้กันดีอยู่เเล้วว่า “วิดีโอ” มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ไม่ใช่เเค่ส่วนเสริมของสินค้าเท่านั้น แต่เป็นเมนูหลักที่เกือบทุกแบรนด์เลือกใช้ เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่า ข้อความประเภทอื่นๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิดีโออาจไม่ได้เหมาะกับทุกธุรกิจ เนื่องด้วยการผลิตคอนเท้นต์วิดีโอ ต้องมีการวางแผน สร้างความแตกต่าง และต้องใช้งบประมาณ (ขึ้นอยู่กับแบรนด์นั้นๆ) เช่น ผลิตวิดีโอสำหรับสินค้าใน Social Media ก็อาจใช้งบสูงกว่าปกตินิดหน่อย หรือวิดีโอสาธิตการใช้สินค้า ก็อาจใช้งบไม่มาก

Feature SoGoodWeb

SoGoodWeb มีระบบรับชำระเงินแบบใหม่ผ่าน Pay Solution รองรับทุกธนาคารชั้นนำ ทำให้การจ่ายเงินผ่านช่องทางออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ช่วยให้ลูกค้าจ่ายเงินออนไลน์ได้อย่างสะดวก
LINE Notify คือ บริการที่คุณสามารถได้รับข้อความแจ้งเตือนจากเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่คุณสนใจได้ทาง LINE โดยหลังเสร็จสิ้นการเชื่อมต่อกับทางเว็บเซอร์วิสแล้ว คุณจะได้รับการแจ้งเตือนจากบัญชีทางการของ “LINE Notify” ซึ่งให้บริการโดย LINE นั่นเอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่เปิดธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นเจ้าของเอง หรือเป็นรายย่อย เป็นระบบจองทัวร์ ที่ช่วยทำให้การจัดการธุรกิจทัวร์ - ทัวร์ท่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องง่าย
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์